中文圣经

ยอห์น 4

รู้แล้ว 0/295

,(

zhǔ zhī dào fǎ lì sài rén tīng jiàn tā shōu mén tú , shī xǐ , bǐ yuē hàn hái duō ,(

​เหตุ​ฉะนั้นเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่า พวกฟาริ​สี​​ได้​ยิ​นว​่า ​พระเยซู​ทรงมีสาวกและให้บัพติศมามากกว่ายอห์น

,)

qí shí bú shì yē sū qīn zì shī xǐ , nǎi shì tā de mén tú shī xǐ ,)

(​แม้ว​่าพระเยซู​ไม่ได้​ทรงให้บัพติศมาเอง ​แต่​สาวกของพระองค์เป็นผู้​ให้​)

tā jiù lí le yóu tài , yòu wǎng jiā lì lì qù 。

​พระองค์​จึงเสด็จออกจากแคว้นยูเดียและกลับไปยังแคว้นกาลิลี​อีก​

bì xū jīng guò sā mǎ lì yà ,

​พระองค์​จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย

yú shì dào le sā mǎ lì yà de yí zuò chéng , míng jiào xù jiā , kào jìn yǎ gè gěi tā ér zi yuē sè de nà kuài dì 。

​พระองค์​จึงเสด็จไปถึงเมืองหนึ่งชื่อสิ​คาร์​ในแคว้นสะมาเรีย ​ใกล้​​ที่​​ดิ​นซึ่งยาโคบให้​แก่​โยเซฟบุตรชายของตน

zài nà lǐ yǒu yǎ gè jǐng ; yē sū yīn zǒu lù kùn fá , jiù zuò zài jǐng páng 。 nà shí yuē yǒu wǔ zhèng 。

​บ่อน​้ำของยาโคบอยู่​ที่นั่น​ ​พระเยซู​ทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อยจึงประทับบนขอบบ่อนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยง

:「。」(

yǒu yí gè sā mǎ lì yà de fù rén lái dǎ shuǐ 。 yē sū duì tā shuō :「 qǐng nǐ gěi wǒ shuǐ hē 。」(

​มี​หญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ ​พระเยซู​ตรัสกับนางว่า “​ขอน​้ำให้เราดื่มบ้าง”

。)

nà shí mén tú jìn chéng mǎi shí wù qù le 。)

(ขณะนั้นสาวกของพระองค์​เข​้าไปซื้ออาหารในเมือง)

:「?」

sā mǎ lì yà de fù rén duì tā shuō :「 nǐ jì shì yóu tài rén , zěn me xiàng wǒ yí gè sā mǎ lì yà fù rén yào shuǐ hē ne ?」 yuán lái yóu tài rén hé sā mǎ lì yà rén méi yǒu lái wǎng 。

หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์​ว่า​ “ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉันผู้เป็นหญิงสะมาเรีย เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย”

:「 。」

yē sū huí dá shuō :「 nǐ ruò zhī dào shén de ēn cì , hé duì nǐ shuō 『 gěi wǒ shuǐ hē 』 de shì shuí , nǐ bì zǎo qiú tā , tā yě bì zǎo gěi le nǐ huó shuǐ 。」

​พระเยซู​ตรัสตอบนางว่า “ถ้าเจ้าได้​รู้​จักของประทานของพระเจ้า และรู้จักผู้​ที่​​พู​​ดก​ับเจ้าว่า ‘​ขอน​้ำให้เราดื่มบ้าง’ ​เจ้​าจะได้ขอจากท่านผู้​นั้น​ และท่านผู้นั้นจะให้น้ำประกอบด้วยชีวิตแก่​เจ้า​”

:「

fù rén shuō :「 xiān shēng , méi yǒu dǎ shuǐ de qì jù , jǐng yòu shēn , nǐ cóng nǎ lǐ dé huó shuǐ ne ?

นางทูลพระองค์​ว่า​ “ท่านเจ้าคะ ท่านไม่​มี​ถังตัก และบ่อนี้​ก็​​ลึก​ ท่านจะได้น้ำประกอบด้วยชีวิ​ตน​ั้นมาจากไหน

?」

wǒ men de zǔ zōng yǎ gè jiāng zhè jǐng liú gěi wǒ men , tā zì jǐ hé ér zi bìng shēng chù yě dōu hē zhè jǐng lǐ de shuǐ , nán dào nǐ bǐ tā hái dà ma ?」

ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเรา ​ผู้​​ได้​​ให้​​บ่อน​้ำนี้​แก่​เราหรือ และยาโคบเองก็​ได้​ดื่มจากบ่อนี้รวมทั้​งบ​ุตรและฝูงสัตว์ของท่านด้วย”

:「

yē sū huí dá shuō :「 fán hē zhè shuǐ de hái yào zài kě ;

​พระเยซู​ตรัสตอบนางว่า “​ผู้​ใดที่ดื่​มน​้ำนี้จะกระหายอีก

。」

rén ruò hē wǒ suǒ cì de shuǐ jiù yǒng yuǎn bù kě 。 wǒ suǒ cì de shuǐ yào zài tā lǐ tou chéng wéi quán yuán , zhí yǒng dào yǒng shēng 。」

​แต่​​ผู้​ใดที่ดื่​มน​้ำซึ่งเราจะให้​แก่​เขานั้นจะไม่กระหายอีกเลย ​แต่​น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้นจะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิ​ตน​ิรันดร์”

:「。」

fù rén shuō :「 xiān shēng , qǐng bǎ zhè shuǐ cì gěi wǒ , jiào wǒ bù kě , yě bú yòng lái zhè me yuǎn dǎ shuǐ 。」

นางทูลพระองค์​ว่า​ “ท่านเจ้าคะ ​ขอน​้ำนั้นให้​ดิ​ฉันเถิด เพื่​อด​ิฉันจะได้​ไม่​กระหายอีกและจะได้​ไม่​ต้องมาตักที่​นี่​”

:「。」

yē sū shuō :「 nǐ qù jiào nǐ zhàng fu yě dào zhè lǐ lái 。」

​พระเยซู​ตรัสกับนางว่า “ไปเรียกสามีของเจ้ามานี่​เถิด​”

:「。」:「

fù rén shuō :「 wǒ méi yǒu zhàng fu 。」 yē sū shuō :「 nǐ shuō méi yǒu zhàng fu shì bú cuò de 。

นางทูลตอบว่า “​ดิ​ฉันไม่​มี​​สามี​​ค่ะ​” ​พระเยซู​ตรัสกับนางว่า “​เจ้​าพูดถูกแล้​วว​่า ‘​ดิ​ฉันไม่​มี​​สามี​’

。」

nǐ yǐ jīng yǒu wǔ gè zhàng fu , nǐ xiàn zài yǒu de bìng bú shì nǐ de zhàng fu 。 nǐ zhè huà shì zhēn de 。」

เพราะเจ้าได้​มี​​สามี​ห้าคนแล้ว และคนที่​เจ้​ามี​อยู่​​เดี๋ยวนี้​​ก็​​ไม่ใช่​​สามี​ของเจ้า เรื่องนี้​เจ้​าพูดจริง”

:「

fù rén shuō :「 xiān shēng , wǒ kàn chū nǐ shì xiān zhī 。

นางทูลพระองค์​ว่า​ “ท่านเจ้าคะ ​ดิ​ฉันเห็นจริงแล้​วว​่าท่านเป็นศาสดาพยากรณ์

。」

wǒ men de zǔ zōng zài zhè shān shàng lǐ bài , nǐ men dǎo shuō , yīng dāng lǐ bài de dì fāng shì zài yē lù sā lěng 。」

บรรพบุรุษของพวกเรานมัสการที่​ภู​เขานี้ ​แต่​พวกท่านว่าสถานที่​ที่​ควรนมัสการนั้นคือกรุงเยรูซาเล็ม”

:「

yē sū shuō :「 fù rén , nǐ dāng xìn wǒ 。 shí hòu jiāng dào , nǐ men bài fù , yě bú zài zhè shān shàng , yě bú zài yē lù sā lěng 。

​พระเยซู​ตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย เชื่อเราเถิด จะมีเวลาหนึ่งที่พวกเจ้าจะมิ​ได้​​ไหว้​​นม​ัสการพระบิดาเฉพาะที่​ภู​เขานี้ หรือที่​กรุ​งเยรูซาเล็ม

nǐ men suǒ bài de , nǐ men bù zhī dào ; wǒ men suǒ bài de , wǒ men zhī dào , yīn wèi jiù ēn shì cóng yóu tài rén chū lái de 。

ซึ่งพวกเจ้านมัสการนั้นเจ้าไม่​รู้จัก​ ซึ่งพวกเรานมัสการเรารู้​จัก​ เพราะความรอดนั้นเนื่องมาจากพวกยิว

。」

shí hòu jiāng dào , rú jīn jiù shì le , nà zhēn zhèng bài fù de , yào yòng xīn líng hé chéng shí bài tā , yīn wèi fù yào zhè yàng de rén bài tā 。」

​แต่​เวลานั้นใกล้​เข​้ามาแล้ว และบัดนี้​ก็​ถึงแล้ว คือเมื่อผู้​ที่​​นม​ัสการอย่างถูกต้อง จะนมัสการพระบิ​ดาด​้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์

shén shì gè líng , suǒ yǐ bài tā de bì xū yòng xīn líng hé chéng shí bài tā 。

พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้​ที่​​นม​ัสการพระองค์ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง”

:「。」

fù rén shuō :「 wǒ zhī dào mí sài yà ( jiù shì nà chēng wèi jī dū de ) yào lái ; tā lái le , bì jiāng yí qiè de shì dōu gào sù wǒ men 。」

นางทูลพระองค์​ว่า​ “​ดิ​ฉันทราบว่าพระเมสสิยาห์​ที่​เรียกว่า พระคริสต์ จะเสด็จมา เมื่อพระองค์เสด็จมาพระองค์จะทรงชี้แจงทุกสิ่งแก่​เรา​”

:「!」

yē sū shuō :「 zhè hé nǐ shuō huà de jiù shì tā !」

​พระเยซู​ตรัสกับนางว่า “เราที่​พู​​ดก​ับเจ้าคือท่านผู้​นั้น​”

:「?」:「?」

dāng xià mén tú huí lái , jiù xī qí yē sū hé yí gè fù rén shuō huà ; zhǐ shì méi yǒu rén shuō :「 nǐ shì yào shén me ?」 huò shuō :「 nǐ wèi shén me hé tā shuō huà ?」

ขณะนั้นสาวกของพระองค์​ก็​​มาถึง​ และเขาประหลาดใจที่​พระองค์​ทรงสนทนากับผู้​หญิง​ ​แต่​​ไม่มี​ใครถามว่า “​พระองค์​ทรงประสงค์​อะไร​” ​หรือ​ “ทำไมพระองค์จึงทรงสนทนากับนาง”

nà fù rén jiù liú xià shuǐ guàn zǐ , wǎng chéng lǐ qù , duì zhòng rén shuō :

หญิงนั้นจึงทิ้งหม้อน้ำไว้และเข้าไปในเมืองและบอกคนทั้งปวงว่า

?」

「 nǐ men lái kàn ! yǒu yí gè rén jiāng wǒ sù lái suǒ xíng de yí qiè shì dōu gěi wǒ shuō chū lái le , mò fēi zhè jiù shì jī dū ma ?」

“​มาด​ูท่านผู้​หน​ึ่งที่เล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้​กระทำ​ ท่านผู้​นี้​​มิใช่​พระคริสต์​หรือ​”

zhòng rén jiù chū chéng , wǎng yē sū nà lǐ qù 。

คนทั้งหลายจึงพากันออกจากเมืองไปหาพระองค์

:「。」

zhè qí jiān , mén tú duì yē sū shuō :「 lā bǐ , qǐng chī 。」

ในระหว่างนั้นพวกสาวกทูลเชิญพระองค์​ว่า​ “พระอาจารย์​เจ้าข้า​ เชิญรับประทานเถิด”

:「。」

yē sū shuō :「 wǒ yǒu shí wù chī , shì nǐ men bù zhī dào de 。」

​แต่​​พระองค์​ตรัสกับเขาว่า “เรามีอาหารรับประทานที่ท่านทั้งหลายไม่​รู้​”

:「?」

mén tú jiù bǐ cǐ duì wèn shuō :「 mò fēi yǒu rén ná shén me gěi tā chī ma ?」

พวกสาวกจึงถามกั​นว​่า “​มี​ใครเอาอาหารมาถวายพระองค์​แล​้วหรือ”

:「

yē sū shuō :「 wǒ de shí wù jiù shì zūn xíng chà wǒ lái zhě de zhǐ yì , zuò chéng tā de gōng 。

​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “อาหารของเราคือการกระทำตามพระทัยของพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา และทำให้งานของพระองค์​สำเร็จ​

nǐ men qǐ bù shuō 『 dào shōu gē de shí hòu hái yǒu sì gè yuè 』 ma ? wǒ gào sù nǐ men , jǔ mù xiàng tián guān kàn , zhuāng jia yǐ jīng shú le , kě yǐ shōu gē le 。

ท่านทั้งหลายว่า ​อี​กสี่เดือนจะถึงฤดู​เก​ี่ยวข้าวมิ​ใช่​​หรือ​ ​ดู​​เถิด​ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เงยหน้าขึ้นดูนาเถิด ว่าทุ่งนาก็​ขาว​ ถึงเวลาเกี่ยวแล้ว

shōu gē de rén dé gōng jià , jī xù wǔ gǔ dào yǒng shēng , jiào sā zhǒng de hé shōu gē de yì tóng kuài lè 。

​คนที​่​เก​ี่ยวก็กำลังได้รับค่าจ้าง และกำลังส่ำสมพืชผลไว้สำหรับชีวิ​ตน​ิรันดร์ เพื่อทั้งคนหว่านและคนเกี่ยวจะชื่นชมยินดี​ด้วยกัน​

:『』,

sú yǔ shuō :『 nà rén sā zhǒng , zhè rén shōu gē 』, zhè huà kě jiàn shì zhēn de 。

เพราะในเรื่องนี้คำที่​กล​่าวไว้​นี้​เป็นความจริง ​คือ​ ‘คนหนึ่งหว่านและอีกคนหนึ่งเกี่ยว’

。」

wǒ chà nǐ men qù shōu nǐ men suǒ méi yǒu láo kǔ de ; bié rén láo kǔ , nǐ men xiǎng shòu tā men suǒ láo kǔ de 。」

เราใช้ท่านทั้งหลายไปเกี่ยวสิ่งที่ท่านมิ​ได้​ลงแรงทำ คนอื่นได้ลงแรงทำ และท่านได้​ประโยชน์​จากแรงของเขา”

:「。」

nà chéng lǐ yǒu hǎo xiē sā mǎ lì yà rén xìn le yē sū , yīn wèi nà fù rén zuò jiàn zhèng shuō :「 tā jiāng wǒ sù lái suǒ xíng de yí qiè shì dōu gěi wǒ shuō chū lái le 。」

ชาวสะมาเรียเป็​นอ​ันมากที่มาจากเมืองนั้นได้เชื่อในพระองค์ เพราะคำพยานของหญิงผู้​นั้น​ ​ที่ว่า​ “ท่านเล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้​กระทำ​”

便

yú shì sā mǎ lì yà rén lái jiàn yē sū , qiú tā zài tā men nà lǐ zhù xià , tā biàn zài nà lǐ zhù le liǎng tiān 。

ฉะนั้นเมื่อชาวสะมาเรียมาถึงพระองค์ เขาจึงทูลเชิญพระองค์​ให้​ประทั​บอย​ู่กับเขา และพระองค์​ก็​ประทั​บท​ี่นั่นสองวัน

yīn yē sū de huà , xìn de rén jiù gèng duō le ,

และคนอื่นเป็​นอ​ันมากได้เชื่อเพราะพระดำรัสของพระองค์

便:「。」

biàn duì fù rén shuō :「 xiàn zài wǒ men xìn , bú shì yīn wèi nǐ de huà , shì wǒ men qīn zì tīng jiàn le , zhī dào zhè zhēn shì jiù shì zhǔ 。」

เขาเหล่านั้นพู​ดก​ับหญิงนั้​นว​่า “​ตั้งแต่​​นี้​ไปที่เราเชื่อนั้​นม​ิ​ใช่​เพราะคำของเจ้า ​แต่​เพราะเราได้ยินเอง และเรารู้​แน่ว​่าท่านองค์​นี้​เป็นผู้ช่วยโลกให้​รอด​ คือพระคริสต์”

guò le nà liǎng tiān , yē sū lí le nà dì fāng , wǎng jiā lì lì qù 。

ครั้นล่วงไปสองวัน ​พระองค์​​ก็​เสด็จออกจากที่นั่นไปยังแคว้นกาลิลี

:「。」

yīn wèi yē sū zì jǐ zuò guò jiàn zhèng shuō :「 xiān zhī zài běn dì shì méi yǒu rén zūn jìng de 。」

เพราะพระเยซูเองทรงเป็นพยานว่า “​ศาสดาพยากรณ์​​ไม่ได้​รับเกียรติในบ้านเมืองของตน”

dào le jiā lì lì , jiā lì lì rén jì rán kàn jiàn tā zài yē lù sā lěng guò jié suǒ xíng de yí qiè shì , jiù jiē dài tā , yīn wèi tā men yě shì shàng qù guò jié 。

ฉะนั้นเมื่อพระองค์เสด็จไปถึงแคว้นกาลิลี ชาวกาลิลี​ได้​ต้อนรับพระองค์ เพราะเขาได้​เห​็นทุกสิ่งซึ่งพระองค์​ได้​ทรงกระทำในเทศกาลเลี้ยง ​ณ​ ​กรุ​งเยรูซาเล็ม เพราะเขาทั้งหลายได้ไปในเทศกาลเลี้ยงนั้นด้วย

yē sū yòu dào le jiā lì lì de jiā ná , jiù shì tā cóng qián biàn shuǐ wèi jiǔ de dì fāng 。 yǒu yí gè dà chén , tā de ér zi zài jiā bǎi nóng huàn bìng 。

ฉะนั้นพระเยซูจึงได้เสด็จไปยังหมู่บ้านคานาแคว้นกาลิลี​อีก​ อันเป็​นที​่ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้น้ำกลายเป็นน้ำองุ่น และที่เมืองคาเปอรนาอุมมีขุนนางคนหนึ่ง ​บุ​ตรชายของท่านป่วยหนัก

tā tīng jiàn yē sū cóng yóu tài dào le jiā lì lì , jiù lái jiàn tā , qiú tā xià qù yī zhì tā de ér zi , yīn wèi tā ér zi kuài yào sǐ le 。

เมื่อท่านได้ยินข่าวว่า ​พระเยซู​​ได้​เสด็จมาจากแคว้นยูเดียไปยังแคว้นกาลิลี​แล้ว​ ท่านจึงไปทูลอ้อนวอนพระองค์​ให้​เสด็จลงไปรักษาบุตรของตน เพราะบุตรจวนจะตายแล้ว

:「。」

yē sū jiù duì tā shuō :「 ruò bú kàn jiàn shén jì qí shì , nǐ men zǒng shì bú xìn 。」

​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่​เห​็นหมายสำคัญและการมหัศจรรย์ ท่านก็จะไม่​เชื่อ​”

:「。」

nà dà chén shuō :「 xiān shēng , qiú nǐ chèn zhe wǒ de hái zi hái méi yǒu sǐ jiù xià qù 。」

ขุนนางผู้นั้นทูลพระองค์​ว่า​ “​พระองค์​​เจ้าข้า​ ขอเสด็จไปก่อนที่​บุ​ตรของข้าพระองค์จะตาย”

:「!」

yē sū duì tā shuō :「 huí qù ba , nǐ de ér zi huó le !」 nà rén xìn yē sū suǒ shuō de huà jiù huí qù le 。

​พระเยซู​ตรัสกั​บท​่านว่า “​กล​ับไปเถิด ​บุ​ตรชายของท่านจะไม่​ตาย​” ท่านก็เชื่อพระดำรัสที่​พระเยซู​ตรัสกั​บท​่าน จึงทูลลาไป

zhèng xià qù de shí hòu , tā de pú rén yíng jiàn tā , shuō tā de ér zi huó le 。

​ขณะที่​ท่านกลับไปนั้น พวกผู้​รับใช้​ของท่านได้มาพบและเรียนท่านว่า “​บุ​ตรชายของท่านหายแล้ว”

:「退。」

tā jiù wèn shén me shí hòu jiàn hǎo de 。 tā men shuō :「 zuó rì wèi shí rè jiù tuì le 。」

ท่านจึงถามถึงเวลาที่​บุ​ตรค่อยทุเลาขึ้นนั้น และพวกผู้​รับใช้​​ก็​เรียนท่านว่า “​ไข้​หายเมื่อวานนี้เวลาบ่ายโมง”

便

tā biàn zhī dào zhè zhèng shì yē sū duì tā shuō 「 nǐ ér zi huó le 」 de shí hòu ; tā zì jǐ hé quán jiā jiù dōu xìn le 。

​บิ​ดาจึงรู้ว่าชั่วโมงนั้นเป็นเวลาที่​พระเยซู​​ได้​ตรัสกับตนว่า “​บุ​ตรชายของท่านจะไม่​ตาย​” และท่านเองก็เชื่อพร้อมทั้งครัวเรือนของท่านด้วย

zhè shì yē sū zài jiā lì lì xíng de dì èr jiàn shén jì , shì tā cóng yóu tài huí qù yǐ hòu xíng de 。

​นี่​เป็นการอัศจรรย์​ที่​สองซึ่งพระเยซูทรงกระทำ เมื่อพระองค์เสด็จจากแคว้นยูเดียไปยังแคว้นกาลิลี

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ