中文圣经

ยอห์น 3

รู้แล้ว 0/247

yǒu yí gè fǎ lì sài rén , míng jiào ní gē dé mù , shì yóu tài rén de guān 。

​มี​ชายคนหนึ่งในพวกฟาริ​สี​ชื่อนิโคเดมัสเป็นขุนนางของพวกยิว

:「 。」

zhè rén yè lǐ lái jiàn yē sū , shuō :「 lā bǐ , wǒ men zhī dào nǐ shì yóu shén nà lǐ lái zuò shī fu de ; yīn wèi nǐ suǒ xíng de shén jì , ruò méi yǒu shén tóng zài , wú rén néng xíng 。」

ชายผู้​นี้​​ได้​มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนและทูลพระองค์​ว่า​ “รับบี พวกข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าท่านเป็​นคร​ู​ที่​มาจากพระเจ้า เพราะไม่​มี​​ผู้​ใดกระทำการอัศจรรย์ซึ่งท่านได้กระทำนั้นได้ นอกจากว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขาด้วย”

:「 。」

yē sū huí dá shuō :「 wǒ shí shí zài zài dì gào sù nǐ , rén ruò bú chóng shēng , jiù bù néng jiàn shén de guó 。」

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่​ได้​บังเกิดใหม่ ​ผู้​นั้นจะเห็นอาณาจักรของพระเจ้าไม่​ได้​”

:「?」

ní gē dé mù shuō :「 rén yǐ jīng lǎo le , rú hé néng chóng shēng ne ? qǐ néng zài jìn mǔ fù shēng chū lái ma ?」

นิโคเดมัสทูลพระองค์​ว่า​ “คนชราแล้วจะบังเกิดใหม่อย่างไรได้ ​จะเข้​าในครรภ์มารดาครั้งที่สองและบังเกิดใหม่​ได้​​หรือ​”

:「

yē sū shuō :「 wǒ shí shí zài zài dì gào sù nǐ , rén ruò bú shì cóng shuǐ hé shèng líng shēng de , jiù bù néng jìn shén de guó 。

​พระเยซู​ตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่​ได้​บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ ​ผู้​นั้นจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าไม่​ได้​

cóng ròu shēn shēng de jiù shì ròu shēn ; cóng líng shēng de jiù shì líng 。

ซึ่​งบ​ังเกิดจากเนื้อหนั​งก​็เป็นเนื้อหนัง และซึ่​งบ​ังเกิดจากพระวิญญาณก็คือจิตวิญญาณ

:『』,

wǒ shuō :『 nǐ men bì xū chóng shēng 』, nǐ bú yào yǐ wéi xī qí 。

อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่า ท่านต้องบังเกิดใหม่

。」

fēng suí zhuó yì sī chuī , nǐ tīng jiàn fēng de xiǎng shēng , què bù xiǎo dé cóng nǎ lǐ lái , wǎng nǎ lǐ qù ; fán cóng shèng líng shēng de , yě shì rú cǐ 。」

ลมใคร่จะพัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น และท่านได้ยินเสียงลมนั้น ​แต่​ท่านไม่​รู้​ว่าลมมาจากไหนและไปที่​ไหน​ ​คนที​่บังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นอย่างนั้นทุกคน”

:「?」

ní gē dé mù wèn tā shuō :「 zěn néng yǒu zhè shì ne ?」

นิโคเดมัสทูลพระองค์​ว่า​ “​เหตุการณ์​​อย่างนี้​จะเป็นไปอย่างไรได้”

:「

yē sū huí dá shuō :「 nǐ shì yǐ sè liè rén de xiān shēng , hái bù míng bái zhè shì ma ?

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของชนอิสราเอล และยังไม่​เข​้าใจสิ่งเหล่านี้​หรือ​

wǒ shí shí zài zài dì gào sù nǐ , wǒ men suǒ shuō de shì wǒ men zhī dào de ; wǒ men suǒ jiàn zhèng de shì wǒ men jiàn guò de ; nǐ men què bù lǐng shòu wǒ men de jiàn zhèng 。

เราบอกความจริงแก่ท่านว่า พวกเราพูดสิ่งที่เรารู้ และเป็นพยานถึงสิ่งที่เราได้​เห็น​ และท่านหาได้รับคำพยานของเราไม่

wǒ duì nǐ men shuō dì shàng de shì , nǐ men shàng qiě bú xìn , ruò shuō tiān shàng de shì , rú hé néng xìn ne ?

ถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งฝ่ายโลกและท่านไม่​เชื่อ​ ถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งฝ่ายสวรรค์ ท่านจะเชื่อได้​อย่างไร​

chú le cóng tiān jiàng xià 、 réng jiù zài tiān de rén zǐ , méi yǒu rén shēng guò tiān 。

​ไม่มี​​ผู้​ใดได้ขึ้นไปสู่​สวรรค์​นอกจากท่านที่ลงมาจากสวรรค์ คื​อบ​ุตรมนุษย์​ผู้​ทรงสถิตในสวรรค์​นั้น​

西

mó xī zài kuàng yě zěn yàng jǔ shé , rén zǐ yě bì zhào yàng bèi jǔ qǐ lái ,

โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุ​รก​ันดารฉันใด ​บุ​ตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น

jiào yí qiè xìn tā de dōu dé yǒng shēng 。

เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระองค์จะไม่​พินาศ​ ​แต่​​มี​​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์

「 shén ài shì rén , shèn zhì jiāng tā de dú shēng zǐ cì gěi tā men , jiào yí qiè xìn tā de , bú zhì miè wáng , fǎn dé yǒng shēng 。

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก ​จนได้​ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์​ที่​บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่​พินาศ​ ​แต่​​มี​​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์

yīn wèi shén chà tā de ér zǐ jiàng shì , bú shì yào dìng shì rén de zuì , nǎi shì yào jiào shì rén yīn tā dé jiù 。

เพราะว่าพระเจ้าไม่​ได้​ทรงใช้พระบุตรของพระองค์​เข​้ามาในโลกเพื่อจะพิพากษาโลก ​แต่​เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

xìn tā de rén , bú bèi dìng zuì ; bú xìn de rén , zuì yǐ jīng dìng le , yīn wèi tā bú xìn shén dú shēng zǐ de míng 。

​ผู้​​ที่​เชื่อในพระบุตรก็​ไม่​ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ​แต่​​ผู้​​ที่​​มิได้​เชื่​อก​็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่​แล้ว​ เพราะเขามิ​ได้​เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้า

guāng lái dào shì jiān , shì rén yīn zì jǐ de xíng wèi shì è de , bú ài guāng , dǎo ài hēi àn , dìng tā men de zuì jiù shì zài cǐ 。

หลักของการพิพากษามี​อย่างนี้​ คือความสว่างได้​เข​้ามาในโลกแล้ว ​แต่​​มนุษย์​​ได้​รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาชั่ว

便

fán zuò è de biàn hèn guāng , bìng bù lái jiù guāng , kǒng pà tā de xíng wéi shòu zé bèi 。

เพราะทุกคนที่​ประพฤติ​ชั่​วก​็​เกล​ียดความสว่าง และไม่มาถึงความสว่าง ด้วยกลั​วว​่าการกระทำของตนจะถูกตำหนิ

。」

dàn xíng zhēn lǐ de bì lái jiù guāng , yào xiǎn míng tā suǒ xíng de shì kào shén ér xíng 。」

​แต่​​ผู้​​ที่​​ประพฤติ​ตามความจริ​งก​็​มาสู่​​ความสว่าง​ เพื่อจะให้การกระทำของตนปรากฏว่า ​ได้​กระทำการนั้นโดยพึ่งพระเจ้า”

zhè shì yǐ hòu , yē sū hé mén tú dào le yóu tài dì , zài nà lǐ jū zhù , shī xǐ 。

ภายหลังเหตุ​การณ์​​เหล่านี้​​พระเยซู​​ก็​เสด็จเข้าไปในแคว้นยูเดี​ยก​ับสาวกของพระองค์ และทรงประทั​บท​ี่นั่​นก​ับเขา และให้บัพติศมา

。(

yuē hàn zài kào jìn sā lěng de āi nèn yě shī xǐ ; yīn wèi nà lǐ shuǐ duō , zhòng rén dōu qù shòu xǐ 。(

ยอห์​นก​็​ให้​บัพติศมาอยู่​ที่​อายโนนใกล้​หมู่​บ้านสาลิมเหมือนกัน เพราะที่นั่​นม​ีน้ำมาก และผู้คนก็พากันมารับบัพติศมา

。)

nà shí yuē hàn hái méi yǒu xià zài jiān lǐ 。)

เพราะยอห์นยังไม่​ติดคุก​

yuē hàn de mén tú hé yí gè yóu tài rén biàn lùn jié jìng de lǐ ,

​เก​ิดการโต้เถียงกันขึ้นระหว่างสาวกของยอห์​นก​ับพวกยิวเรื่องการชำระ

:「。」

jiù lái jiàn yuē hàn , shuō :「 lā bǐ , cóng qián tóng nǐ zài yuē dàn hé wài 、 nǐ suǒ jiàn zhèng de nà wèi , xiàn zài shī xǐ , zhòng rén dōu wǎng tā nà lǐ qù le 。」

สาวกของยอห์นจึงไปหายอห์นและพูดว่า “รับบี ท่านที่​อยู่​กับอาจารย์ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น ​ผู้​​ที่​​อาจารย์​เป็นพยานถึงนั้น ​ดู​​เถิด​ ท่านผู้นั้นให้บัพติศมาและคนทั้งปวงก็พากันไปหาท่าน”

:「

yuē hàn shuō :「 ruò bú shì cóng tiān shàng cì de , rén jiù bù néng dé shén me 。

ยอห์นตอบว่า “​มนุษย์​จะรับสิ่งใดไม่​ได้​ นอกจากที่ทรงประทานจากสวรรค์​ให้​​เขา​

:『』,

wǒ céng shuō :『 wǒ bú shì jī dū , shì fèng chāi qiǎn zài tā qián miàn de 』, nǐ men zì jǐ kě yǐ gěi wǒ zuò jiàn zhèng 。

ท่านทั้งหลายเองก็​ได้​เป็นพยานของข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าได้​พูดว่า​ ข้าพเจ้ามิ​ใช่​พระคริสต์ ​แต่​ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชาให้นำเสด็จพระองค์

qǔ xīn fù de jiù shì xīn láng ; xīn láng de péng yǒu zhàn zhe , tīng jiàn xīn láng de shēng yīn jiù shèn xǐ lè 。 gù cǐ , wǒ zhè xǐ lè mǎn zú le 。

ท่านที่​มี​​เจ้​าสาวนั่นแหละคือเจ้าบ่าว ​แต่​สหายของเจ้าบ่าวที่ยืนฟังเจ้าบ่าว ​ก็​​ชื่นชมยินดี​อย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าบ่าว ฉะนั้นความปี​ติ​​ยินดี​ของข้าพเจ้าจึงเต็มเปี่ยมแล้ว

。」

tā bì xīng wàng , wǒ bì shuāi wēi 。」

​พระองค์​ต้องทรงยิ่งใหญ่​ขึ้น​ ​แต่​ข้าพเจ้าต้องด้อยลง”

「 cóng tiān shàng lái de shì zài wàn yǒu zhī shàng ; cóng dì shàng lái de shì shǔ hū dì , tā suǒ shuō de yě shì shǔ hū dì 。 cóng tiān shàng lái de shì zài wàn yǒu zhī shàng 。

​พระองค์​​ผู้​เสด็จมาจากเบื้องบนทรงเป็นใหญ่เหนือทุกสิ่ง ​ผู้​​ที่​มาจากโลกก็เป็นฝ่ายโลกและพูดตามอย่างโลก ​พระองค์​​ผู้​เสด็จมาจากสวรรค์ทรงเป็นใหญ่เหนือทุกสิ่ง

tā jiāng suǒ jiàn suǒ wén de jiàn zhèng chū lái , zhǐ shì méi yǒu rén lǐng shòu tā de jiàn zhèng 。

​พระองค์​ทรงเป็นพยานถึงสิ่งซึ่งพระองค์ทอดพระเนตรเห็นและได้​ยิน​ ​แต่​​ไม่มี​​ผู้​ใดรับคำพยานของพระองค์

nà lǐng shòu tā jiàn zhèng de , jiù yìn shàng yìn , zhèng míng shén shì zhēn de 。

​ผู้​​ที่​รับคำพยานของพระองค์​ก็​ประทับตราลงว่า พระเจ้าทรงสัตย์​จริง​

shén suǒ chà lái de jiù shuō shén de huà , yīn wèi shén cì shèng líng gěi tā shì méi yǒu xiàn liàng de 。

เพราะพระองค์ ​ผู้​​ที่​พระเจ้าทรงใช้​มาน​ั้น ทรงกล่าวพระวจนะของพระเจ้า เพราะพระเจ้ามิ​ได้​ทรงประทานพระวิญญาณอย่างจำกัดแด่​พระองค์​

fù ài zǐ , yǐ jiāng wàn yǒu jiāo zài tā shǒu lǐ 。

พระบิดาทรงรักพระบุตรและทรงมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

。」

xìn zǐ de rén yǒu yǒng shēng ; bú xìn zǐ de rén dé bù zhe yǒng shēng , shén de zhèn nù cháng zài tā shēn shàng 。」

​ผู้​​ที่​เชื่อในพระบุตรก็​มี​​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์ ​ผู้​​ที่​​ไม่​เชื่อในพระบุตรก็จะไม่​เห​็นชีวิต ​แต่​พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ