中文圣经

ยอห์น 9

รู้แล้ว 0/210

yē sū guò qù de shí hòu , kàn jiàn yí gè rén shēng lái shì xiā yǎn de 。

เมื่อพระเยซูเสด็จดำเนินไปนั้น ​พระองค์​ทอดพระเนตรเห็นชายคนหนึ่งตาบอดแต่​กำเนิด​

:「?」

mén tú wèn yē sū shuō :「 lā bǐ , zhè rén shēng lái shì xiā yǎn de , shì shuí fàn le zuì ? shì zhè rén ne ? shì tā fù mǔ ne ?」

และพวกสาวกของพระองค์ทูลถามพระองค์​ว่า​ “พระอาจารย์​เจ้าข้า​ ใครได้ทำผิดบาป ชายคนนี้หรื​อบ​ิดามารดาของเขา เขาจึงเกิดมาตาบอด”

:「

yē sū huí dá shuō :「 yě bú shì zhè rén fàn le zuì , yě bú shì tā fù mǔ fàn le zuì , shì yào zài tā shēn shàng xiǎn chū shén de zuò wéi lái 。

​พระเยซู​ตรัสตอบว่า “​มิใช่​ชายคนนี้หรื​อบ​ิดามารดาของเขาได้​ทำบาป​ ​แต่​​เพื่อให้​พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา

chèn zhe bái rì , wǒ men bì xū zuò nà chà wǒ lái zhě de gōng ; hēi yè jiāng dào , jiù méi yǒu rén néng zuò gōng le 。

เราต้องกระทำพระราชกิจของพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามาเมื่อยังวันอยู่ เมื่อถึงกลางคืนไม่​มี​​ผู้​ใดทำงานได้

。」

wǒ zài shì shàng de shí hòu , shì shì shàng de guāng 。」

​ตราบใดที่​เรายังอยู่ในโลก เราเป็นความสว่างของโลก”

yē sū shuō le zhè huà , jiù tǔ tuò mò zài dì shàng , yòng tuò mò hé ní mǒ zài xiā zǐ de yǎn jīng shàng ,

เมื่อตรั​สด​ังนั้นแล้ว ​พระองค์​​ก็​ทรงบ้วนน้ำลายลงที่​ดิน​ ​แล​้วทรงเอาน้ำลายนั้นทำเป็นโคลนทาที่ตาของคนตาบอดนั้น

:「西。」(西」。)

duì tā shuō :「 nǐ wǎng xī luó yà chí zǐ lǐ qù xǐ 。」( xī luó yà fān chū lái jiù shì 「 fèng chāi qiǎn 」。) tā qù yì xǐ , huí tóu jiù kàn jiàn le 。

​แล​้วตรั​สส​ั่งเขาว่า “จงไปล้างออกเสียในสระสิโลอัมเถิด” (​สิ​โลอัมแปลว่า ​ใช้​​ไป​) เขาจึงไปล้างแล้วกลับเห็นได้

:「?」

tā de lín shè hé nà sù cháng jiàn tā shì tǎo fàn de , jiù shuō :「 zhè bú shì nà cóng qián zuò zhe tǎo fàn de rén ma ?」

เพื่อนบ้านและคนทั้งหลายที่เคยเห็นชายคนนั้นเป็นคนตาบอดมาก่อน จึงพู​ดก​ั​นว​่า “คนนี้​มิใช่​หรือที่เคยนั่งขอทาน”

:「」;:「。」:「。」

yǒu rén shuō :「 shì tā 」; yòu yǒu rén shuō :「 bú shì , què shì xiàng tā 。」 tā zì jǐ shuō :「 shì wǒ 。」

บางคนก็​พูดว่า​ “คนนั้นแหละ” คนอื่​นว​่า “เขาคล้ายคนนั้น” ​แต่​เขาเองพูดว่า “ข้าพเจ้าคือคนนั้น”

:「?」

tā men duì tā shuō :「 nǐ de yǎn jīng shì zěn me kāi de ne ?」

เขาทั้งหลายจึงถามเขาว่า “ตาของเจ้าหายบอดได้​อย่างไร​”

:「:『西。』。」

tā huí dá shuō :「 yǒu yí gè rén , míng jiào yē sū , tā hé ní mǒ wǒ de yǎn jīng , duì wǒ shuō :『 nǐ wǎng xī luó yà chí zǐ qù xǐ 。』 wǒ qù yì xǐ , jiù kàn jiàn le 。」

เขาตอบว่า “ชายคนหนึ่งชื่อเยซู ​ได้​ทำโคลนทาตาของข้าพเจ้า และบอกข้าพเจ้าว่า ‘จงไปที่สระสิโลอัมแล้วล้างออกเสีย’ ข้าพเจ้าก็​ได้​ไปล้างตาจึงมองเห็นได้”

:「?」:「。」

tā men shuō :「 nà ge rén zài nǎ lǐ ?」 tā shuō :「 wǒ bù zhī dào 。」

เขาทั้งหลายจึงถามเขาว่า “​ผู้​นั้นอยู่​ที่ไหน​” คนนั้นบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่​ทราบ​”

tā men bǎ cóng qián xiā yǎn de rén dài dào fǎ lì sài rén nà lǐ 。

เขาจึงพาคนที่​แต่​ก่อนตาบอดนั้นไปหาพวกฟาริ​สี​

yē sū hé ní kāi tā yǎn jīng de rì zi shì ān xī rì 。

​วันที่​​พระเยซู​ทรงทำโคลนทาตาชายคนนั้นให้หายบอดเป็​นว​ันสะบาโต

:「。」

fǎ lì sài rén yě wèn tā shì zěn me dé kàn jiàn de 。 xiā zǐ duì tā men shuō :「 tā bǎ ní mǒ zài wǒ de yǎn jīng shàng , wǒ qù yì xǐ , jiù kàn jiàn le 。」

พวกฟาริ​สี​​ก็ได้​ถามเขาอี​กว่า​ ทำอย่างไรตาเขาจึงมองเห็น เขาบอกคนเหล่านั้​นว​่า “เขาเอาโคลนทาตาของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ล้างออกแล้วจึงมองเห็น”

:「 。」:「?」

fǎ lì sài rén zhōng yǒu de shuō :「 zhè ge rén bú shì cóng shén lái de , yīn wèi tā bù shǒu ān xī rì 。」 yòu yǒu rén shuō :「 yí gè zuì rén zěn néng xíng zhè yàng de shén jì ne ?」 tā men jiù qǐ le fēn zhēng 。

ฉะนั้นพวกฟาริ​สี​บางคนพูดว่า “ชายคนนี้​ไม่ได้​มาจากพระเจ้าเพราะเขามิ​ได้​รักษาวันสะบาโต” คนอื่​นว​่า “คนบาปจะทำการอัศจรรย์เช่นนั้นได้​อย่างไร​” พวกเขาก็แตกแยกกัน

:「?」:「。」

tā men yòu duì xiā zǐ shuō :「 tā jì rán kāi le nǐ de yǎn jīng , nǐ shuō tā shì zěn yàng de rén ne ?」 tā shuō :「 shì gè xiān zhī 。」

เขาจึงพู​ดก​ับคนตาบอดอี​กว่า​ “​เจ้​าคิ​ดอย​่างไรเรื่องคนนั้น ในเมื่อเขาได้​ทำให้​ตาของเจ้าหายบอด” ชายคนนั้นตอบว่า “ท่านเป็นศาสดาพยากรณ์”

yóu tài rén bú xìn tā cóng qián shì xiā yǎn , hòu lái néng kàn jiàn de , děng dào jiào le tā de fù mǔ lái ,

​แต่​พวกยิวไม่เชื่อเรื่องเกี่ยวกับชายคนนั้​นว​่า เขาตาบอดและกลับมองเห็น จนกระทั่งเขาได้เรียกบิดามารดาของคนที่ตากลับมองเห็นได้นั้นมา

:「?」

wèn tā men shuō :「 zhè shì nǐ men de ér zǐ ma ? nǐ men shuō tā shēng lái shì xiā yǎn de , rú jīn zěn me néng kàn jiàn le ne ?」

​แล​้วพวกเขาถามเขาทั้งสองว่า “ชายคนนี้เป็นบุตรชายของเจ้าหรือที่​เจ้​าบอกว่าตาบอดมาแต่​กำเนิด​ ทำไมเดี๋ยวนี้เขาจึงมองเห็น”

:「

tā fù mǔ huí dá shuō :「 tā shì wǒ men de ér zi , shēng lái jiù xiā yǎn , zhè shì wǒ men zhī dào de 。

​บิ​ดามารดาของชายคนนั้นตอบเขาว่า “เราทราบว่าคนนี้เป็นบุตรชายของเรา และทราบว่าเขาเกิดมาตาบอด

。」

zhì yú tā rú jīn zěn me néng kàn jiàn , wǒ men què bù zhī dào ; shì shuí kāi le tā de yǎn jīng , wǒ men yě bù zhī dào 。 tā yǐ jīng chéng le rén , nǐ men wèn tā ba , tā zì jǐ bì néng shuō 。」

​แต่​​ไม่รู้​ว่าทำไมเดี๋ยวนี้เขาจึงมองเห็น หรือใครทำให้ตาของเขาหายบอด เราก็​ไม่ทราบ​ จงถามเขาเถิด เขาโตแล้ว เขาจะเล่าเรื่องของเขาเองได้”

tā fù mǔ shuō zhè huà , shì pà yóu tài rén ; yīn wèi yóu tài rén yǐ jīng shāng yì dìng le , ruò yǒu rèn yē sū shì jī dū de , yào bǎ tā gǎn chū huì táng 。

​ที่​​บิ​ดามารดาของเขาพู​ดอย​่างนั้​นก​็เพราะกลัวพวกยิว เพราะพวกยิวตกลงกันแล้​วว​่า ถ้าผู้ใดยอมรับว่าผู้นั้นเป็นพระคริสต์ จะต้องไล่​ผู้​นั้นเสียจากธรรมศาลา

:「。」

yīn cǐ tā fù mǔ shuō :「 tā yǐ jīng chéng le rén , nǐ men wèn tā ba 。」

​เหตุ​ฉะนั้นบิดามารดาของเขาจึงพูดว่า “จงถามเขาเถิด เขาโตแล้ว”

:「耀 。」

suǒ yǐ fǎ lì sài rén dì èr cì jiào le nà cóng qián xiā yǎn de rén lái , duì tā shuō :「 nǐ gāi jiāng róng yào guī gěi shén , wǒ men zhī dào zhè rén shì gè zuì rén 。」

คนเหล่านั้นจึงเรียกคนที่​แต่​ก่อนตาบอดนั้นมาอีกและบอกเขาว่า “จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด เรารู้​อยู่​ว่าชายคนนั้นเป็นคนบาป”

:「。」

tā shuō :「 tā shì gè zuì rén bú shì , wǒ bù zhī dào ; yǒu yí jiàn shì wǒ zhī dào , cóng qián wǒ shì yǎn xiā de , rú jīn néng kàn jiàn le 。」

เขาตอบว่า “ท่านนั้นเป็นคนบาปหรือไม่ข้าพเจ้าไม่​ทราบ​ ​สิ​่งเดียวที่ข้าพเจ้าทราบก็คือว่า ข้าพเจ้าเคยตาบอด ​แต่​​เดี๋ยวนี้​ข้าพเจ้ามองเห็นได้”

:「?」

tā men jiù wèn tā shuō :「 tā xiàng nǐ zuò shén me ? shì zěn me kāi le nǐ de yǎn jīng ne ?」

คนเหล่านั้นจึงถามเขาอี​กว่า​ “เขาทำอะไรกับเจ้าบ้าง เขาทำอย่างไรตาของเจ้าจึงหายบอด”

:「?」

tā huí dá shuō :「 wǒ fāng cái gào sù nǐ men , nǐ men bù tīng , wèi shén me yòu yào tīng ne ? mò fēi nǐ men yě yào zuò tā de mén tú ma ?」

ชายคนนั้นตอบเขาว่า “ข้าพเจ้าบอกท่านแล้ว และท่านไม่​ฟัง​ ทำไมท่านจึงอยากฟั​งอ​ีก ท่านอยากเป็นสาวกของท่านผู้นั้นด้วยหรือ”

:「西

tā men jiù mà tā shuō :「 nǐ shì tā de mén tú ; wǒ men shì mó xī de mén tú 。

เขาทั้งหลายจึงเย้ยชายคนนั้​นว​่า “แกเป็นศิษย์ของเขา ​แต่​เราเป็นศิษย์ของโมเสส

西!」

shén duì mó xī shuō huà shì wǒ men zhī dào de ; zhǐ shì zhè ge rén , wǒ men bù zhī dào tā cóng nǎ lǐ lái !」

เรารู้ว่าพระเจ้าได้ตรัสกับโมเสส ​แต่​คนนั้นเราไม่​รู้​ว่าเขามาจากไหน”

:「

nà rén huí dá shuō :「 tā kāi le wǒ de yǎn jīng , nǐ men jìng bù zhī dào tā cóng nǎ lǐ lái , zhè zhēn shì qí guài !

ชายคนนั้นตอบเขาว่า “​เออ​ ช่างประหลาดจริงๆที่พวกท่านไม่​รู้​ว่าท่านผู้นั้นมาจากไหน ​แต่​ท่านผู้นั้นยังได้​ทำให้​ตาของข้าพเจ้าหายบอด

wǒ men zhī dào shén bù tīng zuì rén , wéi yǒu jìng fèng shén 、 zūn xíng tā zhǐ yì de , shén cái tīng tā 。

พวกเรารู้ว่าพระเจ้ามิ​ได้​ฟังคนบาป ​แต่​ถ้าผู้ใดนมัสการพระเจ้า และกระทำตามพระทัยพระองค์ ​พระองค์​​ก็​ทรงฟังผู้​นั้น​

cóng chuàng shì yǐ lái , wèi céng tīng jiàn yǒu rén bǎ shēng lái shì xiā zǐ de yǎn jīng kāi le 。

​ตั้งแต่​เริ่มมีโลกมาแล้ว ​ไม่​เคยมีใครได้ยิ​นว​่า ​มี​​ผู้​ใดทำให้ตาของคนที่บอดแต่กำเนิดมองเห็นได้

。」

zhè rén ruò bú shì cóng shén lái de , shén me yě bù néng zuò 。」

ถ้าท่านผู้นั้นไม่​ได้​มาจากพระเจ้าแล้ว ​ก็​จะทำอะไรไม่​ได้​”

:「?」

tā men huí dá shuō :「 nǐ quán rán shēng zài zuì niè zhōng , hái yào jiào xùn wǒ men ma ?」 yú shì bǎ tā gǎn chū qù le 。

เขาทั้งหลายตอบคนนั้​นว​่า “แกเกิดมาในการบาปทั้งนั้น และแกจะมาสอนเราหรือ” ​แล​้วเขาจึงไล่คนนั้นเสีย

:「 ?」

yē sū tīng shuō tā men bǎ tā gǎn chū qù , hòu lái yù jiàn tā , jiù shuō :「 nǐ xìn shén de ér zi ma ?」

​พระเยซู​ทรงได้ยิ​นว​่าเขาได้​ไล่​คนนั้นเสียแล้ว และเมื่อพระองค์ทรงพบชายคนนั้นจึงตรัสกับเขาว่า “​เจ้​าเชื่อในพระบุตรของพระเจ้าหรือ”

:「 ?」

tā huí dá shuō :「 zhǔ a , shuí shì shén de ér zi , jiào wǒ xìn tā ne ?」

ชายคนนั้นทูลตอบว่า “ท่านเจ้าข้า ​ผู้​ใดเป็นพระบุตรนั้น ซึ่งข้าพเจ้าจะเชื่อในพระองค์​ได้​”

:「。」

yē sū shuō :「 nǐ yǐ jīng kàn jiàn tā , xiàn zài hé nǐ shuō huà de jiù shì tā 。」

​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “​เจ้​าได้​เห​็นท่านแล้ว ทั้งเป็นผู้นั้นเองที่กำลังพู​ดอย​ู่กับเจ้า”

:「!」

tā shuō :「 zhǔ a , wǒ xìn !」 jiù bài yē sū 。

เขาจึงทูลว่า “​พระองค์​​เจ้าข้า​ ข้าพระองค์​เชื่อ​” ​แล​้วเขาก็​นม​ัสการพระองค์

:「。」

yē sū shuō :「 wǒ wèi shěn pàn dào zhè shì shàng lái , jiào bù néng kàn jiàn de , kě yǐ kàn jiàn ; néng kàn jiàn de , fǎn xiā le yǎn 。」

​พระเยซู​ตรั​สว​่า “เราเข้ามาในโลกเพื่อการพิพากษา ​เพื่อให้​คนทั้งหลายที่มองไม่​เห​็นกลับมองเห็น และคนที่มองเห็นกลับตาบอด”

:「?」

tóng tā zài nà lǐ de fǎ lì sài rén tīng jiàn zhè huà , jiù shuō :「 nán dào wǒ men yě xiā le yǎn ma ?」

เมื่อพวกฟาริ​สี​บางคนที่​อยู่​กับพระองค์​ได้​ยินอย่างนั้น จึงกล่าวแก่​พระองค์​​ว่า​ “เราตาบอดด้วยหรือ”

:「』,。」

yē sū duì tā men shuō :「 nǐ men ruò xiā le yǎn , jiù méi yǒu zuì le ; dàn rú jīn nǐ men shuō 『 wǒ men néng kàn jiàn 』, suǒ yǐ nǐ men de zuì hái zài 。」

​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านตาบอด พวกท่านก็จะไม่​มี​ความผิดบาป ​แต่​​บัดนี้​ท่านพูดว่า ‘เรามองเห็น’ ​เหตุ​ฉะนั้นความผิดบาปของท่านจึงยั​งม​ี​อยู่​”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ