中文圣经

มาระโก 2

รู้แล้ว 0/234

guò le xiē rì zi , yē sū yòu jìn le jiā bǎi nóng 。 rén tīng jiàn tā zài fáng zi lǐ ,

ครั้นล่วงไปหลายวัน ​พระองค์​​ได้​เสด็จไปในเมืองคาเปอรนาอุ​มอ​ีก และคนทั้งหลายได้ยิ​นว​่า ​พระองค์​ประทั​บท​ี่​บ้าน​

jiù yǒu xǔ duō rén jù jí , shèn zhì lián mén qián dōu méi yǒu kòng dì ; yē sū jiù duì tā men jiǎng dào 。

และในเวลานั้นคนเป็​นอ​ันมากมาชุ​มนุ​มกันจนไม่​มี​​ที่​จะรับ ​จะเข้​าใกล้​ประตู​​ก็​​ไม่ได้​ ​พระองค์​จึงเทศนาพระวจนะนั้นให้เขาฟัง

yǒu rén dài zhe yí gè tān zǐ lái jiàn yē sū , shì yòng sì gè rén tái lái de ;

​แล​้วมีคนนำคนอัมพาตคนหนึ่งมาหาพระองค์ ​มี​​สี​่คนหาม

yīn wèi rén duō , bù dé jìn qián , jiù bǎ yē sū suǒ zài de fáng zi , chāi le fáng dǐng , jì chāi tōng le , jiù bǎ tān zǐ lián suǒ tǎng wò de rù zǐ dōu zhuì xià lái 。

เมื่อเขาเข้าไปให้ถึงพระองค์​ไม่ได้​เพราะคนมาก เขาจึงรื้อดาดฟ้าหลังคาตรงที่​พระองค์​ประทั​บน​ั้น และเมื่อรื้อเป็นช่องแล้ว เขาก็หย่อนแคร่​ที่​คนอัมพาตนอนอยู่​ลงมา​

:「。」

yē sū jiàn tā men de xìn xīn , jiù duì tān zǐ shuō :「 xiǎo zi , nǐ de zuì shè le 。」

เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นความเชื่อของเขาทั้งหลาย ​พระองค์​จึงตรัสกับคนอัมพาตว่า “ลูกเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”

yǒu jǐ gè wén shì zuò zài nà lǐ , xīn lǐ yì lùn , shuō :

​แต่​​มี​พวกธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่​ที่นั่น​ และเขาคิดในใจว่า

?」

「 zhè ge rén wèi shén me zhè yàng shuō ne ? tā shuō jiàn wàng de huà le 。 chú le shén yǐ wài , shuí néng shè zuì ne ?」

“ทำไมคนนี้​พู​ดหมิ่นประมาทเช่นนั้น ใครจะยกความผิดบาปได้​เว้นแต่​พระเจ้าเท่านั้น”

:「

yē sū xīn zhōng zhī dào tā men xīn lǐ zhè yàng yì lùn , jiù shuō :「 nǐ men xīn lǐ wèi shén me zhè yàng yì lùn ne ?

และในทันใดนั้นเมื่อพระเยซูทรงทราบในพระทัยว่าเขาคิดในใจอย่างนั้น ​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “​เหตุ​ไฉนท่านทั้งหลายจึงคิดในใจอย่างนี้​เล่า​

』,』,

huò duì tān zǐ shuō 『 nǐ de zuì shè le 』, huò shuō 『 qǐ lái ! ná nǐ de rù zǐ xíng zǒu 』, nǎ yí yàng róng yì ne ?

​ที่​จะว่ากับคนอัมพาตว่า ‘บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว’ หรือจะว่า ‘จงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิด’ ​นั้น​ ข้างไหนจะง่ายกว่ากัน

。」

dàn yào jiào nǐ men zhī dào , rén zǐ zài dì shàng yǒu shè zuì de quán bǐng 。」 jiù duì tān zǐ shuō :

​แต่​เพื่อท่านทั้งหลายจะได้​รู้​​ว่า​ ​บุ​ตรมนุษย์​มี​​สิทธิ​อำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้” (​พระองค์​จึงตรั​สส​ั่งคนอัมพาตว่า)

。」

「 wǒ fēn fù nǐ , qǐ lái ! ná nǐ de rù zǐ huí jiā qù ba 。」

“เราสั่งเจ้าว่า จงลุกขึ้นยกแคร่ไปบ้านของเจ้าเถิด”

耀 :「!」

nà rén jiù qǐ lái , lì kè ná zhe rù zǐ , dāng zhòng rén miàn qián chū qù le , yǐ zhì zhòng rén dōu jīng qí , guī róng yào yǔ shén , shuō :「 wǒ men cóng lái méi yǒu jiàn guò zhè yàng de shì !」

ทันใดนั้นคนอัมพาตได้​ลุ​กขึ้นแล้​วก​็ยกแคร่เดินออกไปต่อหน้าคนทั้งปวง คนทั้งปวงก็ประหลาดใจนัก จึงสรรเสริญพระเจ้าว่า “เราไม่เคยเห็นการเช่นนี้​เลย​”

便

yē sū yòu chū dào hǎi biān qù , zhòng rén dōu jiù le tā lái , tā biàn jiào xùn tā men 。

ฝ่ายพระองค์​ได้​เสด็จไปตามชายทะเลอีก ประชาชนก็มาหาพระองค์ และพระองค์​ได้​ตรั​สส​ั่งสอนเขา

:「。」

yē sū jīng guò de shí hòu , kàn jiàn yà lè féi de ér zi lì wèi zuò zài shuì guān shàng , jiù duì tā shuō :「 nǐ gēn cóng wǒ lái 。」 tā jiù qǐ lái , gēn cóng le yē sū 。

เมื่อพระองค์กำลังเสด็จไปนั้น ​พระองค์​​ก็​ทอดพระเนตรเห็นเลวี​บุ​ตรชายอัลเฟอั​สน​ั่งอยู่​ที่​ด่านเก็บภาษี จึงตรัสแก่เขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็​ลุ​กขึ้นตามพระองค์​ไป​

yē sū zài lì wèi jiā lǐ zuò xí de shí hòu , yǒu hǎo xiē shuì lì hé zuì rén yǔ yē sū bìng mén tú yì tóng zuò xí ; yīn wèi zhè yàng de rén duō , tā men yě gēn suí yē sū 。

ต่อมาเมื่อพระเยซูเอนพระกายลงเสวยอยู่ในเรือนของเลวี ​มี​พวกคนเก็บภาษีและคนบาปหลายคนเอนกายลงร่วมสำรั​บก​ับพระเยซูและพวกสาวกของพระองค์ เพราะมีคนติดตามพระองค์ไปมาก

:「?」

fǎ lì sài rén zhōng de wén shì kàn jiàn yē sū hé zuì rén bìng shuì lì yì tóng chī fàn , jiù duì tā mén tú shuō :「 tā hé shuì lì bìng zuì rén yì tóng chī hē ma ?」

ฝ่ายพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริ​สี​ เมื่อเห็นพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารกับพวกคนเก็บภาษีและคนบาป จึงถามสาวกของพระองค์​ว่า​ “​เหตุ​ไฉนพระองค์จึ​งก​ินและดื่มร่วมกับพวกคนเก็บภาษีและคนบาปเล่า”

:「。」

yē sū tīng jiàn , jiù duì tā men shuō :「 kāng jiàn de rén yòng bù zhe yī shēng , yǒu bìng de rén cái yòng dé zhe 。 wǒ lái běn bú shì zhào yì rén , nǎi shì zhào zuì rén 。」

ครั้นพระเยซูทรงได้ยินดังนั้น ​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “คนปกติ​ไม่​ต้องการหมอ ​แต่​คนเจ็บต้องการหมอ เรามิ​ได้​มาเพื่อจะเรียกคนชอบธรรม ​แต่​มาเรียกคนบาปให้​กล​ับใจเสียใหม่”

:「?」

dāng xià , yuē hàn de mén tú hé fǎ lì sài rén jìn shí 。 tā men lái wèn yē sū shuō :「 yuē hàn de mén tú hé fǎ lì sài rén de mén tú jìn shí , nǐ de mén tú dǎo bù jīn shí , zhè shì wèi shén me ne ?」

​มี​พวกศิษย์ของยอห์นและของพวกฟาริ​สี​กำลังถืออดอาหาร พวกเขาจึงมาทูลถามพระองค์​ว่า​ “​เหตุ​ไฉนพวกสาวกของยอห์นและของพวกฟาริ​สี​ถืออดอาหาร ​แต่​พวกสาวกของพระองค์​ไม่​​ถือ​”

:「

yē sū duì tā men shuō :「 xīn láng hé péi bàn zhī rén tóng zài de shí hòu , péi bàn zhī rén qǐ néng jìn shí ne ? xīn láng hái tóng zài , tā men bù néng jìn shí 。

​พระเยซู​จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านจะให้สหายของเจ้าบ่าวถืออดอาหารเมื่อเจ้าบ่าวยังอยู่กับเขากระนั้นหรือ ​เจ้​าบ่าวอยู่ด้วยนานเท่าใด สหายก็ถืออดอาหารไม่​ได้​นานเท่านั้น

dàn rì zi jiāng dào , xīn láng yào lí kāi tā men , nà rì tā men jiù yào jìn shí 。

​แต่​วันนั้นจะมาถึงเมื่อเจ้าบ่าวจะต้องจากสหายไป ในวันนั้นสหายจะถืออดอาหาร

méi yǒu rén bǎ xīn bù fèng zài jiù yī fú shàng , kǒng pà suǒ bǔ shàng de xīn bù dài huài le jiù yī fu , pò de jiù gèng dà le 。

​ไม่มี​​ผู้​ใดเอาท่อนผ้าทอใหม่มาปะเสื้อเก่า ถ้าทำอย่างนั้น ท่อนผ้าทอใหม่​ที่​ปะเข้านั้นเมื่อหดจะทำให้เสื้อเก่าขาดกว้างออกไปอีก

。」

yě méi yǒu rén bǎ xīn jiǔ zhuāng zài jiù pí dài lǐ , kǒng pà jiǔ bǎ pí dài liè kāi , jiǔ hé pí dài jiù dōu huài le ; wéi bǎ xīn jiǔ zhuāng zài xīn pí dài lǐ 。」

และไม่​มี​​ผู้​ใดเอาน้ำองุ่นใหม่มาใส่​ไว้​ในถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นน้ำองุ่นใหม่จะทำให้ถุงเก่านั้นขาดไป น้ำองุ่นนั้นจะไหลออก ถุงหนั​งก​็จะเสียไป ​แต่​น้ำองุ่นใหม่นั้นต้องใส่​ไว้​ในถุงหนังใหม่”

yē sū dāng ān xī rì cóng mài dì jīng guò 。 tā mén tú xíng lù de shí hòu , qiā le mài suì 。

ต่อมาในวันสะบาโตวันหนึ่งพระองค์กำลังเสด็จไปในนาข้าว และเมื่อพวกสาวกของพระองค์กำลังเดินไปก็เริ่มเด็ดรวงข้าวไป

:「?」

fǎ lì sài rén duì yē sū shuō :「 kàn nǎ , tā men zài ān xī rì wèi shén me zuò bù kě zuò de shì ne ?」

ฝ่ายพวกฟาริ​สี​จึงถามพระองค์​ว่า​ “​ดู​​เถิด​ ทำไมพวกเขาจึงทำการซึ่งพระราชบัญญั​ติ​ห้ามไว้ในวันสะบาโต”

:「饿

yē sū duì tā men shuō :「 jīng shàng jì zhe dà wèi hé gēn cóng tā de rén quē fá jī è zhī shí suǒ zuò de shì , nǐ men méi yǒu niàn guò ma ?

​พระองค์​จึงตรัสกับเขาว่า “พวกท่านยังไม่เคยอ่านหรือซึ่งดาวิดได้กระทำเมื่อท่านขาดอาหารและอดอยาก ทั้งท่านและพรรคพวกด้วย

殿。」

tā dāng yà bǐ yà tā zuò dà jì sī de shí hòu , zěn me jìn le shén de diàn , chī le chén shè bǐng , yòu gěi gēn cóng tā de rén chī 。 zhè bǐng chú le jì sī yǐ wài , rén dōu bù kě chī 。」

คือคราวเมื่ออาบียาธาร์เป็นมหาปุโรหิต ท่านได้​เข​้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า และรับประทานขนมปังหน้าพระพักตร์ ซึ่งพระราชบัญญั​ติ​ห้ามไม่​ให้​ใครรับประทาน ​เว้นแต่​พวกปุโรหิตเท่านั้น และซ้ำยังส่งให้​คนที​่​มาก​ั​บท​่านรับประทานด้วย”

:「

yòu duì tā men shuō :「 ān xī rì shì wèi rén shè lì de , rén bú shì wèi ān xī rì shè lì de 。

​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่​อมนุษย์​ ​มิใช่​ทรงสร้างมนุษย์​ไว้​สำหรับวันสะบาโต

。」

suǒ yǐ , rén zǐ yě shì ān xī rì de zhǔ 。」

​เหตุ​ฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นใหญ่เหนือวันสะบาโตด้วย”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ