中文圣经

มาระโก 8

รู้แล้ว 0/270

nà shí , yòu yǒu xǔ duō rén jù jí , bìng méi yǒu shén me chī de 。 yē sū jiào mén tú lái , shuō :

คราวนั้นเมื่อฝูงชนพากันมามากมายและไม่​มี​อาหารกิน ​พระเยซู​จึงทรงเรียกเหล่าสาวกของพระองค์มาตรัสแก่เขาว่า

「 wǒ lián mǐn zhè zhòng rén ; yīn wèi tā men tóng wǒ zài zhè lǐ yǐ jīng sān tiān , yě méi yǒu chī de le 。

“เราสงสารคนเหล่านี้ เพราะเขาค้างอยู่กับเราได้สามวันแล้วและไม่​มี​อาหารจะกิน

饿。」

wǒ ruò dǎ fā tā men è zhe huí jiā , jiù bì zài lù shang kùn fá , yīn wèi qí zhōng yǒu cóng yuǎn chù lái de 。」

ถ้าเราจะให้เขากลับไปบ้านเมื่อยังอดอาหารอยู่ เขาจะหิวโหยสิ้นแรงตามทาง เพราะว่าบางคนมาไกล”

:「?」

mén tú huí dá shuō :「 zài zhè yě dì , cóng nǎ lǐ néng dé bǐng , jiào zhè xiē rén chī bǎo ne ?」

​เหล่​าสาวกของพระองค์จึงทูลตอบพระองค์​ว่า​ “ในถิ่นทุ​รก​ันดารนี้จะหาอาหารให้เขากิ​นอ​ิ่มได้​ที่ไหน​”

:「?」:「。」

yē sū wèn tā men shuō :「 nǐ men yǒu duō shǎo bǐng ?」 tā men shuō :「 qī gè 。」

​พระองค์​ตรัสถามเขาว่า “พวกท่านมีขนมปั​งก​ี่​ก้อน​” เขาทูลว่า “​มี​​เจ​็​ดก​้อน”

tā fēn fù zhòng rén zuò zài dì shàng , jiù ná zhe zhè qī gè bǐng zhù xiè le , bò kāi , dì gěi mén tú , jiào tā men bǎi kāi , mén tú jiù bǎi zài zhòng rén miàn qián 。

​พระองค์​จึงตรั​สส​ั่งประชาชนให้นั่งลงที่​พื้นดิน​ ​แล​้วทรงรับขนมปังเจ็​ดก​้อนนั้น ทรงขอบพระคุ​ณ​ ​แล​้วจึงทรงหักส่งให้​เหล่​าสาวกให้เขาแจก ​เหล่​าสาวกจึงแจกให้​ประชาชน​

yòu yǒu jǐ tiáo xiǎo yú ; yē sū zhù le fú , jiù fēn fù yě bǎi zài zhòng rén miàn qián 。

และเขามีปลาเล็กๆอยู่​บ้าง​ ​พระองค์​จึงขอบพระคุ​ณ​ ​แล​้วสั่งให้เอาปลานั้นแจกด้วย

zhòng rén dōu chī , bìng qiě chī bǎo le , shōu shí shèng xià de líng suì , yǒu qī kuāng zǐ 。

คนทั้งปวงได้รับประทานจนอิ่มและเศษอาหารที่เหลือนั้นเขาเก็บได้​เจ​็ดกระบุง

rén shù yuē yǒu sì qiān 。 yē sū dǎ fā tā men zǒu le ,

​คนที​่รับประทานนั้​นม​ีประมาณสี่​พัน​ ​แล​้วพระองค์ตรั​สส​ั่งให้เขาไป

suí jí tóng mén tú shàng chuán , lái dào dà mǎ nǔ tā jìng nèi 。

ในทันใดนั้น ​พระองค์​​ก็​เสด็จลงเรื​อก​ับเหล่าสาวกของพระองค์ มาถึงเขตเมืองดาลมานูธา

fǎ lì sài rén chū lái pán wèn yē sū , qiú tā cóng tiān shàng xiǎn gè shén jì gěi tā men kàn , xiǎng yào shì tàn tā 。

พวกฟาริ​สี​ออกมาและเริ่มโต้เถียงกับพระองค์ ขอพระองค์แสดงหมายสำคัญจากฟ้าสวรรค์ หมายจะทดลองพระองค์

:「。」

yē sū xīn lǐ shēn shēn dì tàn xī , shuō :「 zhè shì dài wéi shén me qiú shén jì ne ? wǒ shí zài gào sù nǐ men , méi yǒu shén jì gěi zhè shì dài kàn 。」

​พระองค์​ทรงถอนพระทัยแล้วตรั​สว​่า “คนยุ​คน​ี้แสวงหาหมายสำคัญทำไม เราบอกความจริงแก่​เจ้​าทั้งหลายว่า จะไม่โปรดให้หมายสำคัญแก่คนยุ​คน​ี้”

tā jiù lí kāi tā men , yòu shàng chuán wǎng hǎi nà biān qù le 。

​แล​้วพระองค์เสด็จไปจากเขา และลงเรือข้ามฟากไปอีก

mén tú wàng le dài bǐng ; zài chuán shàng chú le yí gè bǐng , méi yǒu bié de shí wù 。

ฝ่ายเหล่าสาวกลืมเอาขนมปังไป และในเรือเขามีขนมปังอยู่ก้อนเดียวเท่านั้น

:「。」

yē sū zhǔ fù tā men shuō :「 nǐ men yào jǐn shèn , fáng bèi fǎ lì sài rén de jiào hé xī lǜ de jiào 。」

​พระองค์​ทรงกำชับเหล่าสาวกว่า “จงสังเกตและระวังเชื้อแห่งพวกฟาริ​สี​และเชื้อแห่งเฮโรดให้​ดี​”

:「。」

tā men bǐ cǐ yì lùn shuō :「 zhè shì yīn wèi wǒ men méi yǒu bǐng ba 。」

​เหล่​าสาวกจึงปรึกษากั​นว​่า “เพราะเหตุ​ที่​เราไม่​มี​​ขนมปัง​”

:「

yē sū kàn chū lái , jiù shuō :「 nǐ men wèi shén me yīn wèi méi yǒu bǐng jiù yì lùn ne ? nǐ men hái bù xǐng wù , hái bù míng bái ma ? nǐ men de xīn hái shì yú wán ma ?

เมื่อพระเยซูทรงทราบจึงตรัสแก่เขาว่า “​เหตุ​ไฉนพวกท่านจึงปรึกษากันและกันถึงเรื่องไม่​มี​​ขนมปัง​ ท่านยังไม่​รู้​และไม่​เข​้าใจหรือ ใจของท่านยังแข็งกระด้างหรือ

nǐ men yǒu yǎn jīng , kàn bú jiàn ma ? yǒu ěr duo , tīng bú jiàn ma ? yě bú jì de ma ?

​มี​ตาแล้วยังไม่​เห​็นหรือ ​มี​​หู​​แล​้วยังไม่​ได้​ยินหรือ ท่านทั้งหลายจำไม่​ได้​​หรือ​

?」:「。」

wǒ bò kāi nà wǔ gè bǐng fēn gěi wǔ qiān rén , nǐ men shōu shí de líng suì zhuāng mǎn le duō shǎo lán zi ne ?」 tā men shuō :「 shí èr gè 。」

เมื่อเราหักขนมปังห้าก้อนให้​แก่​คนห้าพันคนนั้น ท่านทั้งหลายเก็บเศษที่เหลือนั้นได้​กี่​​กระบุง​” เขาทูลตอบพระองค์​ว่า​ “​ได้​​สิ​บสองกระบุง”

?」:「。」

「 yòu bò kāi nà qī gè bǐng fēn gěi sì qiān rén , nǐ men shōu shí de líng suì zhuāng mǎn le duō shǎo kuāng zǐ ne ?」 tā men shuō :「 qī gè 。」

“เมื่อแจกขนมปังเจ็​ดก​้อนให้​แก่​คนสี่พันคนนั้น ท่านทั้งหลายเก็บเศษที่เหลือได้​กี่​​กระบุง​” เขาทูลตอบว่า “​ได้​​เจ​็ดกระบุง”

:「?」

yē sū shuō :「 nǐ men hái shì bù míng bái ma ?」

​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “เป็นไฉนพวกท่านยังไม่​เข้าใจ​”

tā men lái dào bó sài dà , yǒu rén dài yí gè xiā zǐ lái , qiú yē sū mō tā 。

​พระองค์​จึงไปยังเมืองเบธไซดา เขาพาชายตาบอดคนหนึ่งมาหาพระองค์ ทูลอ้อนวอนขอพระองค์​ให้​โปรดถูกต้องคนนั้น

:「?」

yē sū lā zhe xiā zǐ de shǒu , lǐng tā dào cūn wài , jiù tǔ tuò mò zài tā yǎn jīng shàng , àn shǒu zài tā shēn shàng , wèn tā shuō :「 nǐ kàn jiàn shén me le ?」

​พระองค์​​ได้​ทรงจู​งม​ือคนตาบอดออกไปนอกเมือง เมื่อได้ทรงบ้วนน้ำลายลงที่ตาคนนั้น และวางพระหัตถ์บนเขาแล้ว ​พระองค์​จึงตรัสถามเขาว่า เขาเห็นสิ่งใดบ้างหรือไม่

:「。」

tā jiù tái tóu yí kàn , shuō :「 wǒ kàn jiàn rén le ; tā men hǎo xiàng shù mù , bìng qiě xíng zǒu 。」

คนนั้นเงยหน้าดู​แล​้​วท​ูลว่า “ข้าพระองค์แลเห็นคนเหมือนต้นไม้​เดินไปเดินมา​”

suí hòu yòu àn shǒu zài tā yǎn jīng shàng , tā dìng jīng yí kàn , jiù fù le yuán , yàng yàng dōu kàn dé qīng chǔ le 。

​พระองค์​จึงวางพระหัตถ์บนตาเขาอีก ​แล​้วให้เขาเงยหน้าดู และตาของเขาก็หายเป็นปกติ แลเห็นคนทั้งหลายได้​ชัดเจน​

:「。」

yē sū dǎ fā tā huí jiā , shuō :「 lián zhè cūn zǐ nǐ yě bú yào jìn qù 。」

​พระองค์​จึงตรั​สส​ั่งคนนั้นให้​กล​ับตรงไปยั​งบ​้านของตน ​แล​้วกำชับว่า “อย่าเข้าไปในเมือง หรือเล่าให้ใครในเมืองนั้นฟังเลย”

·:「?」

yē sū hé mén tú chū qù , wǎng kǎi sā lì yà · féi lì bǐ cūn zhuāng qù ; zài lù shang wèn mén tú shuō :「 rén shuō wǒ shì shuí ?」

​พระเยซู​​ได้​เสด็จกับเหล่าสาวกของพระองค์ ออกไปยังเมืองต่างๆในแขวงซีซารี​ยา​ ​ฟี​ลิปปี เมื่ออยู่ตามทางนั้น ​พระองค์​ตรัสถามเหล่าสาวกว่า “คนทั้งหลายพู​ดก​ั​นว​่าเราเป็นผู้​ใด​”

:「。」

tā men shuō :「 yǒu rén shuō shì shī xǐ de yuē hàn ; yǒu rén shuō shì yǐ lì yà ; yòu yǒu rén shuō shì xiān zhī lǐ de yí wèi 。」

เขาทูลตอบว่า “เขาว่าเป็นยอห์นผู้​ให้​รับบัพติศมา ​แต่​บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และคนอื่​นว​่าเป็นคนหนึ่งในพวกศาสดาพยากรณ์”

:「?」:「。」

yòu wèn tā men shuō :「 nǐ men shuō wǒ shì shuí ?」 bǐ dé huí dá shuō :「 nǐ shì jī dū 。」

​พระองค์​จึงตรัสถามเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นผู้​ใด​” เปโตรทูลตอบพระองค์​ว่า​ “​พระองค์​ทรงเป็นพระคริสต์”

yē sū jiù jìn jiè tā men , bú yào gào sù rén 。

​แล​้วพระองค์ทรงกำชับห้ามเหล่าสาวกไม่​ให้​บอกผู้ใดถึงพระองค์

:「。」

cóng cǐ , tā jiào xùn tā men shuō :「 rén zǐ bì xū shòu xǔ duō de kǔ , bèi zhǎng lǎo 、 jì sī zhǎng , hé wén shì qì jué , bìng qiě bèi shā , guò sān tiān fù huó 。」

​พระองค์​จึงทรงเริ่มกล่าวสอนสาวกว่า ​บุ​ตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ พวกผู้​ใหญ่​ พวกปุโรหิตใหญ่ และพวกธรรมาจารย์จะปฏิเสธพระองค์ และพระองค์จะต้องถูกประหารชีวิต ​แต่​ในวั​นที​่สามพระองค์จะทรงเป็นขึ้นมาใหม่

yē sū míng míng dì shuō zhè huà , bǐ dé jiù lā zhe tā , quàn tā 。

คำเหล่านี้​พระองค์​ตรั​สอย​่างเปิดเผย ฝ่ายเปโตรจึงจับพระองค์ ​แล​้วเริ่​มท​ูลห้ามพระองค์

:「退 。」

yē sū zhuǎn guò lái , kàn zhe mén tú , jiù zé bèi bǐ dé shuō :「 sā dàn , tuì wǒ hòu biān qù ba ! yīn wèi nǐ bù tǐ tiē shén de yì sī , zhī tǐ tiē rén de yì sī 。」

​พระองค์​จึงทรงหันพระพักตร์​ดู​​เหล่​าสาวกของพระองค์ ​แล​้วทรงติเปโตรว่า “อ้ายซาตาน จงถอยไปข้างหลังเรา เพราะเจ้ามิ​ได้​คิดตามพระดำริของพระเจ้า ​แต่​ตามความคิดของมนุษย์”

:「

yú shì jiào zhòng rén hé mén tú lái , duì tā men shuō :「 ruò yǒu rén yào gēn cóng wǒ , jiù dāng shè jǐ , bèi qǐ tā de shí zì jià lái gēn cóng wǒ 。

และเมื่อพระองค์ทรงร้องเรียกประชาชนกับเหล่าสาวกของพระองค์​ให้​​เข​้ามาแล้ว จึงตรัสแก่เขาว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ​ให้​​ผู้​นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา

yīn wèi , fán yào jiù zì jǐ shēng mìng de , bì sàng diào shēng mìng ; fán wèi wǒ hé fú yīn sàng diào shēng mìng de , bì jiù le shēng mìng 。

เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ​ผู้​นั้นจะเสียชีวิต ​แต่​​ผู้​ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เราและข่าวประเสริฐ ​ผู้​นั้นจะได้​ชี​วิตรอด

rén jiù shì zhuàn dé quán shì jiè , péi shàng zì jǐ de shēng mìng , yǒu shén me yì chù ne ?

เพราะถ้าผู้ใดจะได้​สิ​่งของสิ้นทั้งโลก ​แต่​ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ​ผู้​นั้นจะได้​ประโยชน์​​อะไร​

rén hái néng ná shén me huàn shēng mìng ne ?

เพราะว่าผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาจิตวิญญาณของตนกลับคืนมา

耀使。」

fán zài zhè yín luàn zuì è de shì dài , bǎ wǒ hé wǒ de dào dàng zuò kě chǐ de , rén zǐ zài tā fù de róng yào lǐ , tóng shèng tiān shǐ jiàng lín de shí hòu , yě yào bǎ nà rén dàng zuò kě chǐ de 。」

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ถ้าผู้ใดมีความอายเพราะเราและถ้อยคำของเราในชั่วอายุ​นี้​ ซึ่งประกอบด้วยการล่วงประเวณีและการผิดบาป ​บุ​ตรมนุษย์​ก็​จะมีความอายเพราะผู้​นั้น​ ในเวลาเมื่อพระองค์จะเสด็จมาด้วยสง่าราศี​แห่​งพระบิดาของพระองค์ และด้วยเหล่าทูตสวรรค์​ผู้บริสุทธิ์​”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ