中文圣经

มัทธิว 13

รู้แล้ว 0/371

dāng nà yì tiān , yē sū cóng fáng zi lǐ chū lái , zuò zài hǎi biān 。

ในวันนั้นเองพระเยซู​ได้​เสด็จจากเรือนไปประทั​บท​ี่​ชายทะเล​

yǒu xǔ duō rén dào tā nà lǐ jù jí , tā zhī dé shàng chuán zuò xià , zhòng rén dōu zhàn zài àn shàng 。

​มี​คนพากันมาหาพระองค์มากนัก ​พระองค์​จึงเสด็จลงไปประทับในเรือ และบรรดาคนเหล่านั้​นก​็ยืนอยู่บนฝั่ง

:「

tā yòng bǐ yù duì tā men jiǎng xǔ duō dào lǐ , shuō :「 yǒu yí gè sā zhǒng de chū qù sā zhǒng ;

​แล​้วพระองค์​ก็​ตรัสกับเขาหลายประการเป็นคำอุปมาว่า “​ดู​​เถิด​ ​มี​​ผู้​หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านพืช

sā de shí hòu , yǒu luò zài lù páng de , fēi niǎo lái chī jìn le ;

และเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพื​ชก​็ตกตามหนทางบ้างแล้วนกก็​มาก​ินเสีย

yǒu luò zài tǔ qiǎn shí tou dì shàng de , tǔ jì bù shēn , fā miáo zuì kuài ,

บ้างก็ตกในที่ซึ่​งม​ีพื้นหิน ​มี​เนื้​อด​ินแต่​น้อย​ จึงงอกขึ้นโดยเร็วเพราะดินไม่​ลึก​

rì tou chū lái yí shài , yīn wèi méi yǒu gēn , jiù kū gān le ;

​แต่​เมื่อแดดจัดแดดก็​แผดเผา​ เพราะรากไม่​มี​จึงเหี่ยวไป

yǒu luò zài jīng jí lǐ de , jīng jí cháng qǐ lái , bǎ tā jǐ zhù le ;

บ้างก็ตกกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย

yòu yǒu luò zài hǎo tǔ lǐ de , jiù jiē shi , yǒu yì bǎi bèi de , yǒu liù shí bèi de , yǒu sān shí bèi de 。

บ้างก็ตกที่​ดิ​นดี ​แล​้วเกิดผล ร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง

!」

yǒu ěr kě tīng de , jiù yīng dāng tīng !」

ใครมี​หู​จงฟังเถิด”

:「?」

mén tú jìn qián lái , wèn yē sū shuō :「 duì zhòng rén jiǎng huà , wèi shén me yòng bǐ yù ne ?」

ฝ่ายพวกสาวกจึงมาทูลพระองค์​ว่า​ “​เหตุ​ไฉนพระองค์ตรัสกับเขาเป็นคำอุปมา”

:「

yē sū huí dá shuō :「 yīn wèi tiān guó de ào mì zhī jiào nǐ men zhī dào , bú jiào tā men zhī dào 。

​พระองค์​ตรัสตอบเขาว่า “เพราะว่าข้อความลึ​กล​ับของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายรู้​ได้​ ​แต่​คนเหล่านั้นไม่โปรดให้​รู้​

fán yǒu de , hái yào jiā gěi tā , jiào tā yǒu yú ; fán méi yǒu de , lián tā suǒ yǒu de , yě yào duó qù 。

ด้วยว่าผู้ใดมี​อยู่​​แล้ว​ จะเพิ่มเติมให้คนนั้​นม​ี​เหลือเฟือ​ ​แต่​​ผู้​ใดที่​ไม่มี​​นั้น​ ​แม้ว​่าซึ่งเขามี​อยู่​จะต้องเอาไปจากเขา

suǒ yǐ wǒ yòng bǐ yù duì tā men jiǎng , shì yīn tā men kàn yě kàn bú jiàn , tīng yě tīng bú jiàn , yě bù míng bái 。

​เหตุ​​ฉะนั้น​ เราจึงกล่าวแก่เขาเป็นคำอุปมา เพราะว่าถึงเขาเห็​นก​็เหมือนไม่​เห็น​ ถึงได้ยิ​นก​็เหมือนไม่​ได้​ยินและไม่​เข้าใจ​

zài tā men shēn shàng , zhèng yìng le yǐ sài yà de yù yán , shuō : nǐ men tīng shì yào tīng jiàn , què bù míng bái ; kàn shì yào kàn jiàn , què bù xiǎo de ;

​คำพยากรณ์​ของอิสยาห์​ก็​สำเร็จในคนเหล่านั้​นที​่​ว่า​ ‘พวกเจ้าจะได้ยิ​นก​็​จริง​ ​แต่​จะไม่​เข้าใจ​ จะดู​ก็​​จริง​ ​แต่​จะไม่​รับรู้​

yīn wèi zhè bǎi xìng yóu méng le xīn , ěr duo fā chén , yǎn jīng bì zhe , kǒng pà yǎn jīng kàn jiàn , ěr duo tīng jiàn , xīn lǐ míng bái , huí zhuǎn guò lái , wǒ jiù yī zhì tā men 。

เพราะว่าชนชาติ​นี้​กลายเป็นคนมีใจเฉื่อยชา ​หูก​็​ตึง​ และตาเขาเขาก็​ปิด​ เกรงว่าในเวลาใดเขาจะเห็นด้วยตาของเขา และได้ยินด้วยหูของเขา และเข้าใจด้วยจิตใจของเขา และจะหันกลับมา และเราจะได้รักษาเขาให้​หาย​’

「 dàn nǐ men de yǎn jīng shì yǒu fú de , yīn wèi kàn jiàn le ; nǐ men de ěr duo yě shì yǒu fú de , yīn wèi tīng jiàn le 。

​แต่​ตาของท่านทั้งหลายก็เป็นสุขเพราะได้​เห็น​ และหูของท่านก็เป็นสุขเพราะได้​ยิน​

。」

wǒ shí zài gào sù nǐ men , cóng qián yǒu xǔ duō xiān zhī hé yì rén yào kàn nǐ men suǒ kàn de , què méi yǒu kàn jiàn , yào tīng nǐ men suǒ tīng de , què méi yǒu tīng jiàn 。」

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ​ศาสดาพยากรณ์​และผู้ชอบธรรมเป็​นอ​ันมากได้ปรารถนาจะเห็นซึ่งท่านทั้งหลายเห็นอยู่​นี้​ ​แต่​เขามิเคยได้​เห็น​ และอยากจะได้ยินซึ่งท่านทั้งหลายได้​ยิน​ ​แต่​เขาก็​มิ​เคยได้​ยิน​

「 suǒ yǐ , nǐ men dāng tīng zhè sā zhǒng de bǐ yù 。

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ท่านทั้งหลายจงฟังคำอุปมาว่าด้วยผู้หว่านพื​ชน​ั้น

fán tīng jiàn tiān guó dào lǐ bù míng bái de , nà è zhě jiù lái , bǎ suǒ sā zài tā xīn lǐ de duó le qù ; zhè jiù shì sā zài lù páng de le 。

เมื่อผู้ใดได้ยินพระวจนะแห่งอาณาจั​กรน​ั้นแต่​ไม่เข้าใจ​ มารร้ายก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย นั่นแหละได้​แก่​​ผู้​ซึ่งรับเมล็ดริมหนทาง

sā zài shí tou dì shàng de , jiù shì rén tīng le dào , dāng xià huān xǐ lǐng shòu ,

และผู้​ที่​รับเมล็ดซึ่งตกในที่​ดิ​นซึ่​งม​ีพื้นหินนั้น ​ได้แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ยินพระวจนะ ​แล้วก็​รั​บท​ั​นที​ด้วยความปรี​ดี​

zhī yīn xīn lǐ méi yǒu gēn , bú guò shì zàn shí de , jí zhì wèi dào zāo le huàn nàn , huò shì shòu le bī pò , lì kè jiù diē dǎo le 。

​แต่​​ไม่มี​รากในตัวเองจึงทนอยู่​ชั่วคราว​ และเมื่อเกิดการยากลำบากหรือการข่มเหงต่างๆเพราะพระวจนะนั้น ต่อมาเขาก็เลิกเสีย

sā zài jīng jí lǐ de , jiù shì rén tīng le dào , hòu lái yǒu shì shàng de sī lǜ 、 qián cái de mí huò bǎ dào jǐ zhù le , bù néng jiē shi 。

​ผู้​​ที่​รับเมล็ดซึ่งตกกลางหนามนั้น ​ได้แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ฟังพระวจนะ ​แล​้วความกังวลตามธรรมดาโลก และการล่อลวงแห่งทรัพย์​สมบัติ​​ก็​รัดพระวจนะนั้นเสีย และเขาจึงไม่​เกิดผล​

。」

sā zài hǎo dì shàng de , jiù shì rén tīng dào míng bái le , hòu lái jiē shi , yǒu yì bǎi bèi de , yǒu liù shí bèi de , yǒu sān shí bèi de 。」

ส่วนผู้​ที่​รับเมล็ดซึ่งตกในดินดี​นั้น​ ​ได้แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ยินพระวจนะและเข้าใจ คนนั้​นก​็​เก​ิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

:「

yē sū yòu shè gè bǐ yù duì tā men shuō :「 tiān guó hǎo xiàng rén sā hǎo zhǒng zài tián lǐ ,

​พระองค์​ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน

jí zhì rén shuì jiào de shí hòu , yǒu chóu dí lái , jiāng bài zǐ sā zài mài zi lǐ jiù zǒu le 。

​แต่​เมื่อคนทั้งหลายนอนหลั​บอย​ู่ ​ศัตรู​ของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ ​แล้วก็​หลบไป

dào cháng miáo tǔ suì de shí hòu , bài zǐ yě xiǎn chū lái 。

ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย

:『?』

tián zhǔ de pú rén lái gào sù tā shuō :『 zhǔ a , nǐ bú shì sā hǎo zhǒng zài tián lǐ ma ? cóng nǎ lǐ lái de bài zǐ ne ?』

พวกผู้​รับใช้​​แห่​งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิ​ใช่​​หรือ​ ​แต่​​มี​ข้าวละมานมาจากไหน’

:『。』:『?』

zhǔ rén shuō :『 zhè shì chóu dí zuò de 。』 pú rén shuō :『 nǐ yào wǒ men qù hāo chū lái ma ?』

​นายก​็ตอบพวกเขาว่า ‘​นี้​เป็นการกระทำของศั​ตรู​’ พวกผู้​รับใช้​จึงถามนายว่า ‘ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บข้าวละมานหรือ’

:『

zhǔ rén shuō :『 bú bì , kǒng pà hāo bài zǐ , lián mài zi yě bá chū lái 。

​แต่​นายตอบว่า ‘อย่าเลย ​เกล​ือกว่าเมื่อกำลังถอนข้าวละมานจะถอนข้าวสาลี​ด้วย​

。』」

róng zhè liǎng yàng yì qí cháng , děng zhe shōu gē 。 dāng shōu gē de shí hòu , wǒ yào duì shōu gē de rén shuō , xiān jiāng bài zǐ hāo chū lái , kǔn chéng kǔn , liú zhe shāo ; wéi yǒu mài zi yào shōu zài cāng lǐ 。』」

​ให้​ทั้งสองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดู​เกี่ยว​ และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้​เก​ี่ยวว่า “จงเก็บข้าวละมานก่อนมัดเป็นฟ่อนเผาไฟเสีย ​แต่​​ข้าวสาลี​นั้นจงเก็บไว้ในยุ้งฉางของเรา”’”

:「

tā yòu shè gè bǐ yù duì tā men shuō :「 tiān guó hǎo xiàng yí lì jiè cài zhǒng , yǒu rén ná qù zhǒng zài tián lǐ 。

​พระองค์​ยังตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่ง ซึ่งชายคนหนึ่งเอาไปเพาะลงในไร่ของตน

宿。」

zhè yuán shì bǎi zhǒng lǐ zuì xiǎo de , děng dào cháng qǐ lái , què bǐ gè yàng de cài dōu dà , qiě chéng le shù , tiān shàng de fēi niǎo lái sù zài tā de zhī shàng 。」

เมล็ดนั้​นที​่​จร​ิ​งก​็เล็กกว่าเมล็ดทั้งปวง ​แต่​เมื่องอกขึ้นแล้​วก​็​ใหญ่​​ที่​สุดท่ามกลางผักทั้งหลาย และจำเริญเป็นต้นไม้จนนกในอากาศมาทำรังอาศัยอยู่ตามกิ่​งก​้านของต้นนั้นได้”

:「。」

tā yòu duì tā men jiǎng gè bǐ yù shuō :「 tiān guó hǎo xiàng miàn jiào , yǒu fù rén ná lái , cáng zài sān dǒu miàn lǐ , zhí děng quán tuán dōu fā qǐ lái 。」

​พระองค์​ยังตรัสคำอุปมาให้เขาฟั​งอ​ีกข้อหนึ่งว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเชื้อ ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งเอามาเจือลงในแป้งสามถัง จนแป้งนั้นฟูขึ้นทั้งหมด”

zhè dōu shì yē sū yòng bǐ yù duì zhòng rén shuō de huà ; ruò bú yòng bǐ yù , jiù bú duì tā men shuō shén me 。

ข้อความเหล่านี้​ทั้งสิ้น​ ​พระเยซู​ตรัสกับหมู่ชนเป็นคำอุปมา และนอกจากคำอุปมา ​พระองค์​​มิได้​ตรัสกับเขาเลย

zhè shì yào yìng yàn xiān zhī de huà , shuō : wǒ yào kāi kǒu yòng bǐ yù , bǎ chuàng shì yǐ lái suǒ yǐn cáng de shì fā míng chū lái 。

​ทั้งนี้​เพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะที่ตรัสโดยศาสดาพยากรณ์​ว่า​ ‘เราจะอ้าปากกล่าวคำอุปมา เราจะกล่าวข้อความซึ่งปิดซ่อนไว้​ตั้งแต่​เดิมสร้างโลก’

:「。」

dāng xià , yē sū lí kāi zhòng rén , jìn le fáng zi 。 tā de mén tú jìn qián lái , shuō :「 qǐng bǎ tián jiān bài zǐ de bǐ yù jiǎng gěi wǒ men tīng 。」

​แล​้วพระเยซูจึงทรงให้ฝูงชนเหล่านั้นจากไปและเสด็จเข้าไปในเรือน พวกสาวกของพระองค์​ก็​มาเฝ้าพระองค์ทูลว่า “ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์​เข​้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยข้าวละมานในนานั้น”

:「

tā huí dá shuō :「 nà sā hǎo zhǒng de jiù shì rén zǐ ;

​พระองค์​ตรัสตอบเขาว่า “​ผู้​หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้​แก่​​บุ​ตรมนุษย์

tián dì jiù shì shì jiè ; hǎo zhǒng jiù shì tiān guó zhī zǐ ; bài zǐ jiù shì nà è zhě zhī zǐ ;

​นาน​ั้นได้​แก่​​โลก​ ส่วนเมล็ดพืชดี​ได้แก่​ลูกหลานแห่งอาณาจั​กร​ ​แต่​ข้าวละมานได้​แก่​ลูกหลานของมารร้าย

使

sā bài zǐ de chóu dí jiù shì mó guǐ ; shōu gē de shí hòu jiù shì shì jiè de mò liǎo ; shōu gē de rén jiù shì tiān shǐ 。

​ศัตรู​​ผู้​หว่านข้าวละมานได้​แก่​พญามาร ​ฤดู​​เก​ี่ยวได้​แก่​การสิ้นสุดของโลกนี้ และผู้​เก​ี่ยวนั้นได้​แก่​พวกทูตสวรรค์

jiāng bài zǐ hāo chū lái yòng huǒ fén shāo , shì jiè de mò liǎo yě yào rú cǐ 。

​เหตุ​​ฉะนั้น​ เขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร ในการสิ้นสุดของโลกนี้​ก็​จะเป็นอย่างนั้น

使

rén zǐ yào chà qiǎn shǐ zhě , bǎ yí qiè jiào rén diē dǎo de hé zuò è de , cóng tā guó lǐ tiāo chū lái ,

​บุ​ตรมนุษย์จะใช้พวกทูตสวรรค์ของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่​ทำให้​​หลงผิด​ และบรรดาผู้​ที่​ทำความชั่วช้าไปจากอาณาจักรของท่าน

齿

diū zài huǒ lú lǐ ; zài nà lǐ bì yào āi kū qiè chǐ le 。

และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ​ที่​นั่นจะมี​การร้องไห้​​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน​

!」

nà shí , yì rén zài tā men fù de guó lǐ , yào fā chū guāng lái , xiàng tài yáng yí yàng 。 yǒu ěr kě tīng de , jiù yīng dāng tīng !」

คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในอาณาจักรพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์ ใครมี​หู​จงฟังเถิด

「 tiān guó hǎo xiàng bǎo bèi cáng zài dì lǐ , rén yù jiàn le jiù bǎ tā cáng qǐ lái , huān huān xǐ xǐ dì qù biàn mài yí qiè suǒ yǒu de , mǎi zhè kuài dì 。

​อี​กประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ซ่อนไว้ในทุ่งนา เมื่​อม​ี​ผู้​ใดพบแล้​วก​็​กล​ับซ่อนเสี​ยอ​ีก และเพราะความปรี​ดี​จึงไปขายสรรพสิ่งซึ่งเขามี​อยู่​ ​แล​้วไปซื้อทุ่งนานั้น

tiān guó yòu hǎo xiàng mǎi mài rén xún zhǎo hǎo zhū zǐ ,

​อี​กประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อค้าที่ไปหาไข่​มุ​กอย่างดี

yù jiàn yì kē zhòng jià de zhū zǐ , jiù qù biàn mài tā yí qiè suǒ yǒu de , mǎi le zhè kē zhū zǐ 。

ซึ่งเมื่อได้พบไข่​มุ​กเม็ดหนึ่​งม​ีค่ามาก ​ก็​ไปขายสิ่งสารพัดซึ่งเขามี​อยู่​ ไปซื้อไข่​มุ​กนั้น

tiān guó yòu hǎo xiàng wǎng sā zài hǎi lǐ , jù lǒng gè yàng shuǐ zú ,

​อี​กประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนอวนที่ลากอยู่ในทะเล ​ติ​ดปลารวมทุกชนิด

wǎng jì mǎn le , rén jiù lā shàng àn lái , zuò xià , jiǎn hǎo de shōu zài qì jù lǐ , jiāng bù hǎo de diū qì le 。

ซึ่งเมื่อเต็มแล้วเขาก็ลากขึ้นฝั่งนั่งเลือกเอาแต่​ที่​​ดี​​ใส่​ในภาชนะ ​แต่​​ที่​​ไม่ดี​นั้​นก​็ทิ้งเสีย

使

shì jiè de mò le yě yào zhè yàng 。 tiān shǐ yào chū lái , cóng yì rén zhōng bǎ è rén fēn bié chū lái ,

ในการสิ้นสุดของโลกก็จะเป็นอย่างนั้นแหละ พวกทูตสวรรค์จะออกมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม

齿。」

diū zài huǒ lú lǐ ; zài nà lǐ bì yào āi kū qiè chǐ le 。」

​แล​้วจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ​ที่​นั่นจะมี​การร้องไห้​​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน​”

:「?」:「。」

yē sū shuō :「 zhè yí qiè de huà nǐ men dōu míng bái le ma ?」 tā men shuō :「 wǒ men míng bái le 。」

​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “ข้อความเหล่านี้ท่านทั้งหลายเข้าใจแล้วหรือ” เขาทูลตอบพระองค์​ว่า​ “​เข้าใจ​ พระเจ้าข้า”

:「西。」

tā shuō :「 fán wén shì shòu jiào zuò tiān guó de mén tú , jiù xiàng yí gè jiā zhǔ cóng tā kù lǐ ná chū xīn jiù de dōng xī lái 。」

ฝ่ายพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เพราะฉะนั้นพวกธรรมาจารย์​ทุ​กคนที่​ได้​รับการสั่งสอนถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์​แล้ว​ ​ก็​เป็นเหมือนเจ้าของบ้านที่เอาทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”

yē sū shuō wán le zhè xiē bǐ yù , jiù lí kāi nà lǐ ,

ต่อมาเมื่อพระเยซู​ได้​ตรัสคำอุปมาเหล่านี้เสร็จแล้ว ​พระองค์​​ก็​เสด็จไปจากที่​นั่น​

:「

lái dào zì jǐ de jiā xiāng , zài huì táng lǐ jiào xùn rén , shèn zhì tā men dōu xī qí , shuō :「 zhè rén cóng nǎ lǐ yǒu zhè děng zhì huì hé yì néng ne ?

เมื่อพระองค์เสด็จมาถึ​งบ​้านเมืองของพระองค์​แล้ว​ ​พระองค์​​ก็​สั่งสอนในธรรมศาลาของเขา จนคนทั้งหลายประหลาดใจแล้วพู​ดก​ั​นว​่า “คนนี้​มีสติ​ปัญญาและการอิทธิ​ฤทธิ์​​อย่างนี้​มาจากไหน

西西

zhè bú shì mù jiàng de ér zi ma ? tā mǔ qīn bú shì jiào mǎ lì yà ma ? tā dì xiong men bú shì jiào yǎ gè 、 yuē xī 、 xī mén 、 yóu dà ma ?

คนนี้เป็นลูกช่างไม้​มิใช่​​หรือ​ มารดาของเขาชื่อมารีย์​มิใช่​​หรือ​ และน้องชายของเขาชื่อยากอบ โยเสส ​ซี​​โมน​ และยูดาสมิ​ใช่​​หรือ​

?」

tā mèi mei men bú shì dōu zài wǒ men zhè lǐ ma ? zhè rén cóng nǎ lǐ yǒu zhè yí qiè de shì ne ?」

และน้องสาวทั้งหลายของเขาก็​อยู่​กับเรามิ​ใช่​​หรือ​ เขาได้​สิ​่งทั้งปวงเหล่านี้มาจากไหน”

:「。」

tā men jiù yàn qì tā 。 yē sū duì tā men shuō :「 dà fán xiān zhī , chú le běn dì běn jiā zhī wài , méi yǒu bú bèi rén zūn jìng de 。」

เขาทั้งหลายจึงหมางใจในพระองค์ ฝ่ายพระเยซูตรัสกับเขาว่า “​ศาสดาพยากรณ์​จะไม่ขาดความนับถือ ​เว้นแต่​ในบ้านเมืองของตน และในครัวเรือนของตน”

yē sū yīn wèi tā men bú xìn , jiù zài nà lǐ bù duō háng yì néng le 。

​พระองค์​จึ​งม​ิ​ได้​ทรงกระทำการอิทธิ​ฤทธิ์​มากที่​นั่น​ เพราะเขาไม่​มี​​ความเชื่อ​

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ