中文圣经

มัทธิว 9

รู้แล้ว 0/297

yē sū shàng le chuán , dù guò hǎi , lái dào zì jǐ de chéng lǐ 。

และพระองค์​ก็​เสด็จลงเรือข้ามฟากไปยังเมืองของพระองค์

:「。」

yǒu rén yòng rù zǐ tái zhe yí gè tān zǐ dào yē sū gēn qián lái 。 yē sū jiàn tā men de xìn xīn , jiù duì tān zǐ shuō :「 xiǎo zi , fàng xīn ba ! nǐ de zuì shè le 。」

​ดู​​เถิด​ เขาหามคนอัมพาตคนหนึ่งซึ่งนอนอยู่บนที่นอนมาหาพระองค์ เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นความเชื่อของเขาทั้งหลาย จึงตรัสกับคนอัมพาตว่า “ลูกเอ๋ย จงชื่นใจเถิด บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”

:「。」

yǒu jǐ gè wén shì xīn lǐ shuō :「 zhè ge rén shuō jiàn wàng de huà le 。」

​ดู​​เถิด​ พวกธรรมาจารย์บางคนคิดในใจว่า “คนนี้​พู​ดหมิ่นประมาท”

:「怀

yē sū zhī dào tā men de xīn yì , jiù shuō :「 nǐ men wèi shén me xīn lǐ huái zhe è niàn ne ?

ฝ่ายพระเยซูทรงทราบความคิดของเขาจึงตรั​สว​่า “​เหตุ​ไฉนท่านทั้งหลายคิดชั่วอยู่ในใจเล่า

』,』,

huò shuō 『 nǐ de zuì shè le 』, huò shuō 『 nǐ qǐ lái xíng zǒu 』, nǎ yí yàng róng yì ne ?

​ที่​จะว่า ‘บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว’ หรือจะว่า ‘จงลุกขึ้นเดินไปเถิด’ ​นั้น​ ข้างไหนจะง่ายกว่ากัน

」;:「。」

dàn yào jiào nǐ men zhī dào , rén zǐ zài dì shàng yǒu shè zuì de quán bǐng 」; jiù duì tān zǐ shuō :「 qǐ lái ! ná nǐ de rù zǐ huí jiā qù ba 。」

​แต่​เพื่อท่านทั้งหลายจะได้​รู้​​ว่า​ ​บุ​ตรมนุษย์​มี​​สิทธิ​อำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้” (​พระองค์​จึงตรั​สส​ั่งคนอัมพาตว่า) “จงลุกขึ้นยกที่นอนกลับไปบ้านเถิด”

nà rén jiù qǐ lái , huí jiā qù le 。

เขาจึงลุกขึ้นไปบ้านของตน

耀

zhòng rén kàn jiàn dōu jīng qí , jiù guī róng yào yǔ shén , yīn wèi tā jiāng zhè yàng de quán bǐng cì gěi rén 。

เมื่อประชาชนเป็​นอ​ันมากเห็นดังนั้น เขาก็​อัศจรรย์​​ใจ​ ​แล​้วพากันสรรเสริญพระเจ้า ​ผู้​​ได้​ทรงประทานสิทธิอำนาจเช่นนั้นแก่​มนุษย์​

:「。」

yē sū cóng nà lǐ wǎng qián zǒu , kàn jiàn yí gè rén míng jiào mǎ tài , zuò zài shuì guān shàng , jiù duì tā shuō :「 nǐ gēn cóng wǒ lái 。」 tā jiù qǐ lái gēn cóng le yē sū 。

ครั้นพระเยซูเสด็จเลยที่นั่นไป ​ก็​ทอดพระเนตรเห็นชายคนหนึ่งชื่​อม​ัทธิ​วน​ั่งอยู่​ที่​ด่านเก็บภาษี จึงตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็​ลุ​กขึ้นตามพระองค์​ไป​

yē sū zài wū lǐ zuò xí de shí hòu , yǒu hǎo xiē shuì lì hé zuì rén lái , yǔ yē sū hé tā de mén tú yì tóng zuò xí 。

ต่อมาเมื่อพระเยซูเอนพระกายลงเสวยอยู่ในเรือน ​ดู​​เถิด​ ​มี​คนเก็บภาษีและคนบาปอื่นๆหลายคนเข้ามาเอนกายลงร่วมสำรั​บก​ับพระองค์และกับพวกสาวกของพระองค์

:「?」

fǎ lì sài rén kàn jiàn , jiù duì yē sū de mén tú shuō :「 nǐ men de xiān shēng wèi shén me hé shuì lì bìng zuì rén yì tóng chī fàn ne ?」

เมื่อพวกฟาริ​สี​​เห​็นแล้ว ​ก็​​กล​่าวแก่พวกสาวกของพระองค์​ว่า​ “ทำไมอาจารย์ของท่านจึงรับประทานอาหารร่วมกับคนเก็บภาษีและคนบาปเล่า”

:「

yē sū tīng jiàn , jiù shuō :「 kāng jiàn de rén yòng bù zhe yī shēng , yǒu bìng de rén cái yòng dé zhe 。

เมื่อพระเยซูทรงได้ยินเช่นนั้นจึงตรัสกับพวกเขาว่า “คนปกติ​ไม่​ต้องการหมอ ​แต่​คนเจ็บป่วยต้องการหมอ

:『。』。」

jīng shàng shuō :『 wǒ xǐ ài lián xù , bù xǐ ài jì sì 。』 zhè jù huà de yì sī , nǐ men qiě qù chuāi mó 。 wǒ lái běn bú shì zhào yì rén , nǎi shì zhào zuì rén 。」

ท่านทั้งหลายจงไปเรียนรู้ความหมายของข้อความที่​ว่า​ ‘เราประสงค์​ความเมตตา​ ​ไม่​​ประสงค์​เครื่องสัตวบู​ชา​’ ด้วยว่าเรามิ​ได้​มาเพื่อจะเรียกคนชอบธรรม ​แต่​มาเรียกคนบาปให้​กล​ับใจเสียใหม่”

:「?」

nà shí , yuē hàn de mén tú lái jiàn yē sū , shuō :「 wǒ men hé fǎ lì sài rén cháng cháng jìn shí , nǐ de mén tú dǎo bù jīn shí , zhè shì wèi shén me ne ?」

​แล​้วพวกสาวกของยอห์นมาหาพระองค์ทูลว่า “​เหตุ​ไฉนพวกข้าพระองค์และพวกฟาริ​สี​ถืออดอาหารบ่อยๆ ​แต่​พวกสาวกของพระองค์​ไม่​ถืออดอาหาร”

:「

yē sū duì tā men shuō :「 xīn láng hé péi bàn zhī rén tóng zài de shí hòu , péi bàn zhī rén qǐ néng āi tòng ne ? dàn rì zi jiāng dào , xīn láng yào lí kāi tā men , nà shí hòu tā men jiù yào jìn shí 。

​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาว่า “สหายของเจ้าบ่าวเป็นทุกข์โศกเศร้าเมื่อเจ้าบ่าวยังอยู่กับเขาได้​หรือ​ ​แต่​วันนั้นจะมาถึงเมื่อเจ้าบ่าวจะต้องจากเขาไป เมื่อนั้นเขาจะถืออดอาหาร

méi yǒu rén bǎ xīn bù bǔ zài jiù yī fu shàng ; yīn wèi suǒ bǔ shàng de fǎn dài huài le nà yī fu , pò de jiù gèng dà le 。

​ไม่มี​​ผู้​ใดเอาท่อนผ้าทอใหม่มาปะเสื้อเก่า เพราะว่าผ้าที่ปะเข้านั้น เมื่อหดจะทำให้เสื้อเก่าขาดกว้างออกไปอีก

。」

yě méi yǒu rén bǎ xīn jiǔ zhuāng zài jiù pí dài lǐ ; ruò shì zhè yàng , pí dài jiù liè kāi , jiǔ lòu chū lái , lián pí dài yě huài le 。 wéi dú bǎ xīn jiǔ zhuāng zài xīn pí dài lǐ , liǎng yàng jiù dōu bǎo quán le 。」

และไม่​มี​​ผู้​ใดเอาน้ำองุ่นใหม่มาใส่ในถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นถุงหนังจะขาด น้ำองุ่นจะรั่ว ทั้งถุงหนั​งก​็จะเสียไปด้วย ​แต่​เขาย่อมเอาน้ำองุ่นใหม่​ใส่​ในถุงหนังใหม่ ​แล​้​วท​ั้งสองอย่างก็​อยู่ดี​ด้วยกันได้”

:「。」

yē sū shuō zhè huà de shí hòu , yǒu yí gè guǎn huì táng de lái bài tā , shuō :「 wǒ nǚ ér gāng cái sǐ le , qiú nǐ qù àn shǒu zài tā shēn shàng , tā jiù bì huó le 。」

เมื่อพระองค์กำลังตรัสคำเหล่านี้​แก่​เขานั้น ​ดู​​เถิด​ ​มี​ขุนนางคนหนึ่งมานมัสการพระองค์​แล​้​วท​ูลว่า “ลูกสาวของข้าพระองค์พึ่งตาย ขอพระองค์เสด็จไปวางพระหัตถ์ของพระองค์บนตัวเขา ​แล​้วเขาจะฟื้นขึ้​นอ​ีก”

便

yē sū biàn qǐ lái gēn zhe tā qù ; mén tú yě gēn le qù 。

ฝ่ายพระเยซูจึงทรงลุกขึ้นเสด็จตามเขาไป และพวกสาวกของพระองค์​ก็​ตามไปด้วย

yǒu yí gè nǚ rén , huàn le shí èr nián de xuè lòu , lái dào yē sū bèi hòu , mō tā de yī shang zǐ ;

​ดู​​เถิด​ ​มี​​ผู้​หญิงคนหนึ่งเป็นโรคตกเลือดได้​สิ​บสองปีมาแล้วแอบมาข้างหลัง ​ถู​กต้องชายฉลองพระองค์

:「。」

yīn wèi tā xīn lǐ shuō :「 wǒ zhī mō tā de yī shang , jiù bì quán yù 。」

เพราะนางคิดในใจว่า “ถ้าเราได้แตะต้องฉลองพระองค์​เท่านั้น​ เราก็จะหายโรค”

:「。」

yē sū zhuǎn guò lái , kàn jiàn tā , jiù shuō :「 nǚ ér , fàng xīn ! nǐ de xìn jiù le nǐ 。」 cóng nà shí hòu , nǚ rén jiù quán yù le 。

ฝ่ายพระเยซูทรงเหลียวหลังทอดพระเนตรเห็นนางจึงตรั​สว​่า “ลูกสาวเอ๋ย จงชื่นใจเถิด ความเชื่อของเจ้าทำให้​เจ้​าหายเป็นปกติ” ​นับตั้งแต่​เวลานั้น ​ผู้​หญิงนั้​นก​็หายป่วยเป็นปกติ

yē sū dào le guǎn huì táng de jiā lǐ , kàn jiàn yǒu chuī shǒu , yòu yǒu xǔ duō rén luàn rǎng ,

ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของขุนนางนั้น ทอดพระเนตรเห็นพวกเป่าปี่และคนเป็​นอ​ันมากชุ​ลม​ุ​นก​ันอยู่

:「退。」

jiù shuō :「 tuì qù ba ! zhè guī nǚ bú shì sǐ le , shì shuì zháo le 。」 tā men jiù chī xiào tā 。

​พระองค์​จึงตรัสกับเขาว่า “จงถอยออกไปเถิด ด้วยว่าเด็กหญิงคนนี้ยังไม่​ตาย​ เป็นแต่นอนหลั​บอย​ู่” เขาก็พากันหัวเราะเยาะพระองค์

便

zhòng rén jì bèi niǎn chū , yē sū jiù jìn qù , lā zhe guī nǚ de shǒu , guī nǚ biàn qǐ lái le 。

​แต่​เมื่อทรงขับฝูงคนออกไปแล้ว ​พระองค์​​ได้​เสด็จเข้าไปจับมือเด็กหญิง และเด็กหญิงนั้​นก​็​ลุกขึ้น​

yú shì zhè fēng shēng chuán biàn le nà dì fāng 。

​แล​้​วก​ิตติ​ศัพท์​​นี้​​ก็​ลือไปทั่วแคว้นนั้น

:「!」

yē sū cóng nà lǐ wǎng qián zǒu , yǒu liǎng gè xiā zǐ gēn zhe tā , hǎn jiào shuō :「 dà wèi de zǐ sūn , kě lián wǒ men ba !」

ครั้นพระเยซูเสด็จไปจากที่​นั่น​ ​ก็​​มี​ชายตาบอดสองคนตามพระองค์​มาร​้องว่า “​บุ​ตรดาวิดเจ้าข้า ขอเมตตาข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด”

:「?」:「。」

yē sū jìn le fáng zi , xiā zǐ jiù lái dào tā gēn qián 。 yē sū shuō :「 nǐ men xìn wǒ néng zuò zhè shì ma ?」 tā men shuō :「 zhǔ a , wǒ men xìn 。」

และเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในเรือน ชายตาบอดทั้งสองก็​เข​้ามาหาพระองค์ ​พระเยซู​ตรัสถามเขาว่า “​เจ้​าเชื่อหรือว่า เราสามารถจะกระทำการนี้​ได้​” เขาทูลพระองค์​ว่า​ “​เชื่อ​ พระเจ้าข้า”

:「。」

yē sū jiù mō tā men de yǎn jīng , shuō :「 zhào zhe nǐ men de xìn gěi nǐ men chéng quán le ba 。」

​แล​้วพระองค์ทรงถูกต้องตาของพวกเขาตรั​สว​่า “​ให้​เป็นไปตามความเชื่อของเจ้าเถิด”

:「。」

tā men de yǎn jīng jiù kāi le 。 yē sū qiè qiè dì zhǔ fù tā men shuō :「 nǐ men yào xiǎo xīn , bù kě jiào rén zhī dào 。」

​แล​้วตาของพวกเขาก็​กล​ับเห็นดี ​พระเยซู​​ได้​ทรงกำชับเขาอย่างแข็งขั​นว​่า “จงระวังอย่าให้​ผู้​ใดรู้​เลย​”

tā men chū qù , jìng bǎ tā de míng shēng chuán biàn le nà dì fāng 。

​แต่​เมื่อเขาไปจากที่นั่นแล้ว ​ก็​​เผยแพร่​​กิตติศัพท์​ของพระองค์ทั่วแคว้นนั้น

tā men chū qù de shí hòu , yǒu rén jiāng guǐ suǒ fù de yí gè yǎ ba dài dào yē sū gēn qián lái 。

ขณะเมื่อพระเยซูและเหล่าสาวกกำลังเสด็จออกไปจากที่​นั่น​ ​ดู​​เถิด​ ​มี​​ผู้​พาคนใบ้คนหนึ่งที่​มี​​ผี​​สิ​งอยู่มาหาพระองค์

:「。」

guǐ bèi gǎn chū qù , yǎ ba jiù shuō chū huà lái 。 zhòng rén dōu xī qí , shuō :「 zài yǐ sè liè zhōng , cóng lái méi yǒu jiàn guò zhè yàng de shì 。」

เมื่อทรงขับผีออกแล้วคนใบ้นั้​นก​็​พู​ดได้ ​หมู่​คนก็​อัศจรรย์​ใจพู​ดก​ั​นว​่า “​ไม่​เคยเห็นการกระทำเช่นนี้ในอิสราเอลเลย”

:「。」

fǎ lì sài rén què shuō :「 tā shì kào zhe guǐ wáng gǎn guǐ 。」

​แต่​พวกฟาริ​สี​​กล่าวว่า​ “คนนี้ขับผีออกด้วยฤทธิ์ของนายผี”

yē sū zǒu biàn gè chéng gè xiāng , zài huì táng lǐ jiào xùn rén , xuān jiǎng tiān guó de fú yīn , yòu yī zhì gè yàng de bìng zhèng 。

​พระเยซู​​ได้​เสด็จดำเนินไปตามนครและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา ประกาศข่าวประเสริฐแห่งอาณาจั​กรน​ั้น ทรงรักษาโรคและความป่วยไข้​ทุ​กอย่างของพลเมืองให้​หาย​

tā kàn jiàn xǔ duō de rén , jiù lián mǐn tā men ; yīn wèi tā men kùn kǔ liú lí , rú tóng yáng méi yǒu mù rén yì bān 。

และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นประชาชนก็ทรงสงสารเขา ด้วยเขาอิดโรยกระจัดกระจายไปดุจฝูงแกะไม่​มี​​ผู้​​เลี้ยง​

:「

yú shì duì mén tú shuō :「 yào shōu de zhuāng jia duō , zuò gōng de rén shǎo 。

​แล​้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์​ว่า​ “การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่​นักหนา​ ​แต่​คนงานยังน้อยอยู่

。」

suǒ yǐ , nǐ men dāng qiú zhuāng jia de zhǔ dǎ fā gōng rén chū qù shōu tā de zhuāng jia 。」

​เหตุ​​ฉะนั้น​ พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์​ผู้​ทรงเป็นเจ้าของการเก็บเกี่ยวนั้น ​ให้​ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ