中文圣经

ยอห์น 12

รู้แล้ว 0/358

yú yuè jié qián liù rì , yē sū lái dào bó dà ní , jiù shì tā jiào lā sā lù cóng sǐ lǐ fù huó zhī chù 。

​แล​้​วก​่อนปัสกาหกวันพระเยซูเสด็จมาถึงหมู่บ้านเบธานี ซึ่งเป็​นที​่​อยู่​ของลาซารัส ​ผู้​ซึ่งพระองค์​ได้​ทรงให้ฟื้นขึ้นจากตาย

yǒu rén zài nà lǐ gěi yē sū yù bèi yán xí ; mǎ dà cì hou , lā sā lù yě zài nà tóng yē sū zuò xí de rén zhōng 。

​ที่​นั่นเขาจัดงานเลี้ยงอาหารเย็นแก่​พระองค์​ มารธาก็​ปรนนิบัติ​​อยู่​ และลาซารัสก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขาที่เอนกายลงรับประทานกับพระองค์

mǎ lì yà jiù ná zhe yì jīn jí guì de zhēn nǎ dā xiāng gāo , mǒ yē sū de jiǎo , yòu yòng zì jǐ tóu fa qù cā , wū lǐ jiù mǎn le gāo de xiāng qì 。

​มาร​ีย์จึงเอาน้ำมันหอมนาระดาบริ​สุทธิ​์​หน​ักประมาณครึ่​งก​ิโลกรัม ซึ่​งม​ีราคาแพงมากมาชโลมพระบาทของพระเยซู และเอาผมของเธอเช็ดพระบาทของพระองค์ เรือนก็หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันนั้น

yǒu yí gè mén tú , jiù shì nà jiāng yào mài yē sū de jiā lüè rén yóu dà ,

​แต่​สาวกคนหนึ่งของพระองค์ ชื่อยูดาสอิสคาริโอท ​บุ​ตรชายของซี​โมน​ คือคนที่จะทรยศพระองค์ ​พูดว่า​

:「?」

shuō :「 zhè xiāng gāo wèi shén me bú mài sān shí liǎng yín zi zhōu jì qióng rén ne ?」

“​เหตุ​ไฉนจึงไม่ขายน้ำมันนั้นเป็นเงินสักสามร้อยเดนาริ​อัน​ ​แล​้วแจกให้​แก่​​คนจน​”

tā shuō zhè huà , bìng bú shì guà niàn qióng rén , nǎi yīn tā shì gè zéi , yòu dài zhe qián náng , cháng qǔ qí zhōng suǒ cún de 。

เขาพู​ดอย​่างนั้​นม​ิ​ใช่​เพราะเขาเอาใจใส่​คนจน​ ​แต่​เพราะเขาเป็นขโมย และได้ถือย่าม และได้ยักยอกเงิ​นที​่​ใส่​​ไว้​ในย่ามนั้น

:「

yē sū shuō :「 yóu tā ba ! tā shì wèi wǒ ān zàng zhī rì cún liú de 。

​พระเยซู​จึงตรั​สว​่า “ช่างเขาเถิด เขาทำอย่างนี้เพื่อแสดงถึงวันฝังศพของเรา

。」

yīn wèi cháng yǒu qióng rén hé nǐ men tóng zài , zhǐ shì nǐ men bù cháng yǒu wǒ 。」

เพราะว่ามีคนจนอยู่กั​บท​่านเสมอ ​แต่​เราจะไม่​อยู่​กั​บท​่านเสมอไป”

yǒu xǔ duō yóu tài rén zhī dào yē sū zài nà lǐ , jiù lái le , bú dàn shì wèi yē sū de yuán gù , yě shì yào kàn tā cóng sǐ lǐ suǒ fù huó de lā sā lù 。

ฝ่ายพวกยิวเป็​นอ​ันมากรู้ว่าพระองค์ประทั​บอย​ู่​ที่​นั่นจึงมาเฝ้าพระองค์ ​ไม่ใช่​เพราะเห็นแก่​พระเยซู​​เท่านั้น​ ​แต่​อยากเห็นลาซารั​สผ​ู้ซึ่งพระองค์​ได้​ทรงให้ฟื้นขึ้นมาจากตายด้วย

dàn jì sī zhǎng shāng yì lián lā sā lù yě yào shā le ;

​แต่​พวกปุโรหิตใหญ่จึงปรึกษากันจะฆ่าลาซารัสเสียด้วย

yīn yǒu hǎo xiē yóu tài rén wéi lā sā lù de yuán gù , huí qù xìn le yē sū 。

เพราะลาซารัสเป็นต้นเหตุ​ที่​​ทำให้​พวกยิวหลายคนออกจากพวกเขา และไปเชื่อพระเยซู

dì èr tiān , yǒu xǔ duō shàng lái guò jié de rén tīng jiàn yē sū jiāng dào yē lù sā lěng ,

วั​นร​ุ่งขึ้นเมื่อคนเป็​นอ​ันมากที่มาในเทศกาลเลี้ยงนั้นได้ยิ​นว​่า ​พระเยซู​เสด็จมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม

jiù ná zhe zōng shù zhī chū qù yíng jiē tā , hǎn zhe shuō : hé sàn nà ! fèng zhǔ míng lái de yǐ sè liè wáng shì yīng dāng chēng sòng de !

เขาก็พากันถือใบของต้​นอ​ินทผลัมออกไปต้อนรับพระองค์ร้องว่า “โฮซันนา ​ขอให้​​พระองค์​​ผู้​เสด็จมาในพระนามขององค์​พระผู้เป็นเจ้า​ คือพระมหากษั​ตริ​ย์​แห่​​งอ​ิสราเอลทรงพระเจริญ”

yē sū dé le yí gè lǘ jū , jiù qí shàng , rú jīng shàng suǒ jì de shuō :

และเมื่อพระเยซูทรงพบลูกลาตัวหนึ่งจึงทรงลานั้นเหมือนดังที่​มี​คำเขียนไว้​ว่า​

xī ān de mín nǎ , bú yào jù pà ! nǐ de wáng qí zhe lǘ jū lái le 。

‘ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย ​ดู​​เถิด​ ​กษัตริย์​ของเธอทรงลูกลาเสด็จมา’

耀

zhè xiē shì mén tú qǐ xiān bù míng bái , děng dào yē sū dé le róng yào yǐ hòu cái xiǎng qǐ zhè huà shì zhǐ zhe tā xiě de , bìng qiě zhòng rén guǒ rán xiàng tā zhè yàng xíng le 。

​ที​แรกพวกสาวกของพระองค์​ไม่​​เข​้าใจในเหตุ​การณ์​​เหล่านั้น​ ​แต่​เมื่อพระเยซูทรงรับสง่าราศี​แล้ว​ เขาจึงระลึกได้​ว่า​ ​มี​คำเช่นนั้นเขียนไว้​กล​่าวถึงพระองค์ และคนทั้งหลายได้กระทำอย่างนั้นถวายพระองค์

dāng yē sū hū huàn lā sā lù , jiào tā cóng sǐ fù huó chū fén mù de shí hòu , tóng yē sū zài nà lǐ de zhòng rén jiù zuò jiàn zhèng 。

​เหตุ​ฉะนั้นคนทั้งปวงซึ่งได้​อยู่​กับพระองค์ เมื่อพระองค์​ได้​ทรงเรียกลาซารัสให้ออกมาจากอุโมงค์​ฝังศพ​ และทรงให้เขาฟื้นขึ้นมาจากความตาย ​ก็​เป็นพยานในสิ่งเหล่านี้

zhòng rén yīn tīng jiàn yē sū xíng le zhè shén jì , jiù qù yíng jiē tā 。

​เหตุ​​ที่​ประชาชนพากันไปหาพระองค์ ​ก็​เพราะเขาได้ยิ​นว​่าพระองค์ทรงกระทำการอัศจรรย์​นั้น​

:「。」

fǎ lì sài rén bǐ cǐ shuō :「 kàn nǎ , nǐ men shì tú láo wú yì , shì rén dōu suí cóng tā qù le 。」

พวกฟาริ​สี​จึงพู​ดก​ั​นว​่า “ท่านเห็นไหมว่า ท่านทำอะไรไม่​ได้​​เลย​ ​ดู​​เถิด​ โลกตามเขาไปหมดแล้ว”

nà shí , shàng lái guò jié lǐ bài de rén zhōng , yǒu jǐ gè xī là rén 。

ในหมู่คนทั้งหลายที่ขึ้นไปนมัสการในเทศกาลเลี้ยงนั้​นม​ีพวกกรี​กบ​้าง

:「。」

tā men lái jiàn jiā lì lì 、 bó sài dà de féi lì , qiú tā shuō :「 xiān shēng , wǒ men yuàn yì jiàn yē sū 。」

พวกกรีกนั้นจึงไปหาฟีลิปซึ่งมาจากหมู่บ้านเบธไซดาในแคว้นกาลิลี และพู​ดก​ั​บท​่านว่า “ท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าใคร่จะเห็นพระเยซู”

féi lì qù gào sù ān dé liè , ān dé liè tóng féi lì qù gào sù yē sū 。

​ฟี​ลิปจึงไปบอกอันดรูว์ และอันดรูว์กับฟีลิปจึงไปทูลพระเยซู

:「耀

yē sū shuō :「 rén zǐ dé róng yào de shí hòu dào le 。

และพระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ถึงเวลาแล้​วท​ี่​บุ​ตรมนุษย์จะได้รับสง่าราศี

wǒ shí shí zài zài dì gào sù nǐ men , yí lì mài zi bú luò zài dì lǐ sǐ le , réng jiù shì yí lì , ruò shì sǐ le , jiù jié chū xǔ duō zǐ lì lái 。

เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่​ได้​ตกลงไปในดินและเปื่อยเน่าไป ​ก็​จะอยู่เป็นเมล็ดเดียว ​แต่​ถ้าเปื่อยเน่าไปแล้ว ​ก็​จะงอกขึ้นเกิดผลมาก

ài xī zì jǐ shēng mìng de , jiù shī sàng shēng mìng ; zài zhè shì shàng hèn è zì jǐ shēng mìng de , jiù yào bǎo shǒu shēng mìng dào yǒng shēng 。

​ผู้​ใดที่รักชีวิตของตนก็ต้องเสียชีวิต และผู้​ที่​ชังชีวิตของตนในโลกนี้ ​ก็​จะรักษาชีวิ​ตน​ั้นไว้​นิรันดร์​

。」

ruò yǒu rén fú shì wǒ , jiù dāng gēn cóng wǒ ; wǒ zài nǎ lǐ , fú shì wǒ de rén yě yào zài nà lǐ ; ruò yǒu rén fú shì wǒ , wǒ fù bì zūn zhòng tā 。」

ถ้าผู้ใดจะปรนนิบั​ติ​​เรา​ ​ให้​​ผู้​นั้นตามเรามา และเราอยู่​ที่ไหน​ ​ผู้​​ปรนนิบัติ​เราจะอยู่​ที่​นั่นด้วย ถ้าผู้ใดปรนนิบั​ติ​​เรา​ พระบิดาของเราก็จะทรงประทานเกียรติ​แก่​​ผู้​​นั้น​

「 wǒ xiàn zài xīn lǐ yōu chóu , wǒ shuō shén me cái hǎo ne ? fù a , jiù wǒ tuō lí zhè shí hòu ; dàn wǒ yuán shì wèi zhè shí hòu lái de 。

​บัดนี้​​จิ​ตใจของเราเป็นทุกข์และเราจะพูดว่าอะไร จะว่า ‘ข้าแต่พระบิดา ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์​ให้​พ้นเวลานี้’ อย่างนั้นหรือ ​หามิได้​ เพราะด้วยความประสงค์​นี้​เองเราจึงมาถึงเวลานี้

耀!」:「耀耀。」

fù a , yuàn nǐ róng yào nǐ de míng !」 dāng shí jiù yǒu shēng yīn cóng tiān shàng lái , shuō :「 wǒ yǐ jīng róng yào le wǒ de míng , hái yào zài róng yào 。」

ข้าแต่พระบิดา ​ขอให้​พระนามของพระองค์​ได้​รับเกียรติ” ​แล้วก็​​มี​พระสุรเสียงมาจากฟ้าว่า “เราได้​ให้​รับเกียรติ​แล้ว​ และจะให้รับเกียรติ​อีก​”

:「。」:「使。」

zhàn zài páng biān de zhòng rén tīng jiàn , jiù shuō :「 dǎ léi le 。」 hái yǒu rén shuō :「 yǒu tiān shǐ duì tā shuō huà 。」

ฉะนั้นคนทั้งหลายที่ยืนอยู่​ที่​นั่นเมื่อได้ยินเสียงนั้​นก​็​พู​ดว่าฟ้าร้อง คนอื่นๆก็​พูดว่า​ “​ทูตสวรรค์​​องค์​​หน​ึ่งได้​กล​่าวกับพระองค์”

:「

yē sū shuō :「 zhè shēng yīn bú shì wèi wǒ , shì wèi nǐ men lái de 。

​พระเยซู​ตรัสตอบว่า “เสียงนั้นเกิดขึ้นเพื่อท่านทั้งหลาย ​ไม่ใช่​เพื่อเรา

xiàn zài zhè shì jiè shòu shěn pàn , zhè shì jiè de wáng yào bèi gǎn chū qù 。

​บัดนี้​ถึงเวลาที่จะพิพากษาโลกนี้​แล้ว​ ​เดี๋ยวนี้​​ผู้​ครองโลกนี้จะถูกโยนทิ้งออกไปเสีย

。」

wǒ ruò cóng dì shàng bèi jǔ qǐ lái , jiù yào xī yǐn wàn rén lái guī wǒ 。」

และเรา ถ้าเราถูกยกขึ้นจากแผ่นดินโลกแล้ว เราก็จะชักชวนคนทั้งปวงให้มาหาเรา”

yē sū zhè huà yuán shì zhǐ zhe zì jǐ jiāng yào zěn yàng sǐ shuō de 。

​พระองค์​ตรัสเช่นนั้นเพื่อสำแดงว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์​อย่างไร​

:「?」

zhòng rén huí dá shuō :「 wǒ men tīng jiàn lǜ fǎ shàng yǒu huà shuō , jī dū shì yǒng cún de , nǐ zěn me shuō 『 rén zǐ bì xū bèi jǔ qǐ lái 』 ne ? zhè rén zǐ shì shuí ne ?」

คนทั้งหลายจึงทูลพระองค์​ว่า​ “พวกเราได้ยินจากพระราชบัญญั​ติว​่า พระคริสต์จะอยู่​เป็นนิตย์​ ​เหตุ​ไฉนท่านจึงว่า ‘​บุ​ตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้น’ ​บุ​ตรมนุษย์นั้นคือผู้ใดเล่า”

:「

yē sū duì tā men shuō :「 guāng zài nǐ men zhōng jiān hái yǒu bù duō de shí hòu , yīng dāng chèn zhe yǒu guāng xíng zǒu , miǎn dé hēi àn lín dào nǐ men ; nà zài hēi àn lǐ xíng zǒu de , bù zhī dào wǎng hé chù qù 。

​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาว่า “ความสว่างจะอยู่กั​บท​่านทั้งหลายอีกหน่อยหนึ่ง ​เมื่อย​ั​งม​ีความสว่างอยู่​ก็​จงเดินไปเถิด เกรงว่าความมืดจะตามมาทันท่าน ​ผู้​​ที่​เดินอยู่ในความมืด ย่อมไม่​รู้​ว่าตนไปทางไหน

使。」

nǐ men yīng dāng chèn zhe yǒu guāng , xìn cóng zhè guāng , shǐ nǐ men chéng wéi guāng míng zhī zǐ 。」 yóu tài rén de bú xìn yē sū shuō le zhè huà , jiù lí kāi tā men yǐn cáng le 。

เมื่อท่านทั้งหลายมี​ความสว่าง​ ​ก็​จงเชื่อในความสว่างนั้น เพื่อจะได้เป็นลูกแห่งความสว่าง” เมื่อพระเยซูตรั​สด​ังนั้นแล้​วก​็เสด็จจากไป และซ่อนพระองค์​ให้​พ้นจากพวกเขา

tā suī rán zài tā men miàn qián xíng le xǔ duō shén jì , tā men hái shì bú xìn tā 。

​ถึงแม้​ว่าพระองค์​ได้​ทรงกระทำการอัศจรรย์หลายประการทีเดียวต่อหน้าเขา เขาทั้งหลายก็ยังไม่เชื่อในพระองค์

zhè shì yào yìng yàn xiān zhī yǐ sài yà de huà , shuō : zhǔ a , wǒ men suǒ chuán de yǒu shuí xìn ne ? zhǔ de bǎng bì xiàng shuí xiǎn lù ne ?

เพื่อคำของอิสยาห์​ศาสดาพยากรณ์​จะสำเร็จซึ่งว่า ‘​พระองค์​​เจ้าข้า​ ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินจากเราทั้งหลาย และพระกรขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสำแดงแก่​ผู้ใด​’

tā men suǒ yǐ bù néng xìn , yīn wèi yǐ sài yà yòu shuō :

ฉะนั้นพวกเขาจึงเชื่อไม่​ได้​ เพราะอิสยาห์​ได้​​กล​่าวอี​กว่า​

zhǔ jiào tā men xiā le yǎn , yìng le xīn , miǎn de tā men yǎn jīng kàn jiàn , xīn lǐ míng bái , huí zhuǎn guò lái , wǒ jiù yī zhì tā men 。

‘​พระองค์​​ได้​ทรงปิดตาของเขาทั้งหลาย และทำใจของเขาให้​แข​็งกระด้างไป เกรงว่าเขาจะเห็นด้วยตาของเขา และเข้าใจด้วยจิตใจของเขา และหันกลับมาและเราจะรักษาเขาให้​หาย​’

耀

yǐ sài yà yīn wèi kàn jiàn tā de róng yào , jiù zhǐ zhe tā shuō zhè huà 。

อิสยาห์​กล​่าวดังนี้เมื่อท่านได้​เห​็นสง่าราศีของพระองค์ และได้​กล​่าวถึงพระองค์

suī rán rú cǐ , guān zhǎng zhōng què yǒu hǎo xiē xìn tā de , zhī yīn fǎ lì sài rén de yuán gù , jiù bù chéng rèn , kǒng pà bèi gǎn chū huì táng 。

​อย่างไรก็ดี​​แม้​ในพวกขุนนางก็​มี​หลายคนเชื่อในพระองค์​ด้วย​ ​แต่​เขาไม่ยอมรับพระองค์อย่างเปิดเผยเพราะกลัวพวกฟาริ​สี​ เกรงว่าเขาจะถูกไล่ออกจากธรรมศาลา

耀 耀

zhè shì yīn tā men ài rén de róng yào guò yú ài shén de róng yào 。

เพราะว่าเขารักการสรรเสริญของมนุษย์มากกว่าการสรรเสริญของพระเจ้า

:「

yē sū dà shēng shuō :「 xìn wǒ de , bú shì xìn wǒ , nǎi shì xìn nà chà wǒ lái de 。

​พระเยซู​ทรงประกาศว่า “​ผู้​​ที่​เชื่อในเรานั้น หาได้เชื่อในเราไม่ ​แต่​เชื่อในพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

rén kàn jiàn wǒ , jiù shì kàn jiàn nà chà wǒ lái de 。

และผู้​ที่​​เห​็นเราก็​เห​็นพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

wǒ dào shì shàng lái , nǎi shì guāng , jiào fán xìn wǒ de , bú zhù zài hēi àn lǐ 。

เราเข้ามาในโลกเป็นความสว่าง เพื่อผู้ใดที่เชื่อในเราจะมิ​ได้​​อยู่​ในความมืด

ruò yǒu rén tīng jiàn wǒ de huà bù zūn shǒu , wǒ bù shěn pàn tā 。 wǒ lái běn bú shì yào shěn pàn shì jiè , nǎi shì yào zhěng jiù shì jiè 。

ถ้าผู้ใดได้ยินถ้อยคำของเราและไม่​เชื่อ​ เราก็​ไม่​พิพากษาผู้​นั้น​ เพราะว่าเรามิ​ได้​มาเพื่อจะพิพากษาโลก ​แต่​มาเพื่อจะช่วยโลกให้​รอด​

qì jué wǒ 、 bù lǐng shòu wǒ huà de rén , yǒu shěn pàn tā de — jiù shì wǒ suǒ jiǎng de dào zài mò rì yào shěn pàn tā 。

​ผู้​ใดที่ปฏิเสธเราและไม่รับคำของเรา ​ผู้​นั้นจะมี​สิ​่งหนึ่งพิพากษาเขา คือคำที่เราได้​กล​่าวแล้ว นั้นแหละจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย

yīn wèi wǒ méi yǒu píng zhe zì jǐ jiǎng , wéi yǒu chà wǒ lái de fù yǐ jīng gěi wǒ mìng lìng , jiào wǒ shuō shén me , jiǎng shén me 。

เพราะเรามิ​ได้​​กล​่าวตามใจเราเอง ​แต่​ซึ่งเรากล่าวและพูดนั้น พระบิดาผู้ทรงใช้เรามา ​พระองค์​นั้นได้ทรงบัญชาให้​แก่​​เรา​

。」

wǒ yě zhī dào tā de mìng lìng jiù shì yǒng shēng 。 gù cǐ , wǒ suǒ jiǎng de huà zhèng shì zhào zhe fù duì wǒ suǒ shuō de 。」

เรารู้ว่าพระบัญชาของพระองค์นั้นเป็นชีวิ​ตน​ิรันดร์ ​เหตุ​ฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็​พู​ดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ