中文圣经

ยอห์น 7

รู้แล้ว 0/291

zhè shì yǐ hòu , yē sū zài jiā lì lì yóu xíng , bú yuàn zài yóu tài yóu xíng , yīn wèi yóu tài rén xiǎng yào shā tā 。

ภายหลังเหตุ​การณ์​​เหล่านี้​​พระเยซู​​ก็ได้​เสด็จไปในแคว้นกาลิลี ด้วยว่าพระองค์​ไม่​​ประสงค์​​ที่​จะเสด็จไปในแคว้นยูเดีย เพราะพวกยิวหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์

dāng shí yóu tài rén de zhù péng jié jìn le 。

ขณะนั้นใกล้จะถึงเทศกาลอยู่เพิงของพวกยิวแล้ว

:「

yē sū de dì xiong jiù duì tā shuō :「 nǐ lí kāi zhè lǐ shàng yóu tài qù ba , jiào nǐ de mén tú yě kàn jiàn nǐ suǒ xíng de shì 。

พวกน้องๆของพระองค์จึงทูลพระองค์​ว่า​ “จงออกจากที่​นี่​ไปยังแคว้นยูเดีย เพื่อเหล่าสาวกของท่านจะได้​เห​็​นก​ิจการที่ท่านกระทำ

。」

rén yào xiǎn yáng míng shēng , méi yǒu zài àn chù xíng shì de ; nǐ rú guǒ xíng zhè xiē shì , jiù dāng jiāng zì jǐ xiǎn míng gěi shì rén kàn 。」

เพราะว่าไม่​มี​​ผู้​ใดทำสิ่งใดลับๆ เมื่อผู้นั้นเองอยากให้ตัวปรากฏ ถ้าท่านกระทำการเหล่านี้​ก็​จงสำแดงตัวให้ปรากฏแก่โลกเถิด”

yīn wèi lián tā de dì xiong shuō zhè huà , shì yīn wèi bú xìn tā 。

​แม้​พวกน้องๆของพระองค์​ก็​​มิได้​เชื่อในพระองค์

:「便

yē sū jiù duì tā men shuō :「 wǒ de shí hòu hái méi yǒu dào ; nǐ men de shí hòu cháng shì fāng biàn de 。

​พระเยซู​ตรัสกับพวกเขาว่า “ยังไม่ถึงเวลาของเรา ​แต่​เวลาของพวกท่านมี​อยู่​​เสมอ​

shì rén bù néng hèn nǐ men , què shì hèn wǒ , yīn wèi wǒ zhǐ zhèng tā men suǒ zuò de shì shì è de 。

โลกจะเกลียดชังพวกท่านไม่​ได้​ ​แต่​โลกเกลียดชังเรา เพราะเราเป็นพยานว่าการงานของโลกนั้นชั่ว

。」

nǐ men shàng qù guò jié ba , wǒ xiàn zài bú shàng qù guò zhè jié , yīn wèi wǒ de shí hòu hái méi yǒu mǎn 。」

พวกท่านจงขึ้นไปในเทศกาลนั้นเถิด เราจะยังไม่ขึ้นไปในเทศกาลนั้น เพราะว่ายังไม่ถึงกำหนดเวลาของเรา”

yē sū shuō le zhè huà , réng jiù zhù zài jiā lì lì 。

เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนั้นแก่เขาแล้ว ​พระองค์​​ก็​ยังประทั​บอย​ู่ในแคว้นกาลิลี

dàn tā dì xiōng shàng qù yǐ hòu , tā yě shàng qù guò jié , bú shì míng qù , sì hū shì àn qù de 。

​แต่​เมื่อพวกน้องๆของพระองค์ขึ้นไปในเทศกาลนั้นแล้ว ​พระองค์​​ก็​เสด็จตามขึ้นไปด้วย ​แต่​ไปอย่างลับๆ ​ไม่เปิดเผย​

:「?」

zhèng zài jié qī , yóu tài rén xún zhǎo yē sū , shuō :「 tā zài nǎ lǐ ?」

พวกยิวจึงมองหาพระองค์ในเทศกาลนั้นและถามว่า “คนนั้นอยู่​ที่ไหน​”

:「。」:「。」

zhòng rén wéi tā fēn fēn yì lùn , yǒu de shuō :「 tā shì hǎo rén 。」 yǒu de shuō :「 bù rán , tā shì mí huò zhòng rén de 。」

และประชาชนก็ซุบซิ​บก​ันถึงพระองค์​เป็นอันมาก​ บางคนว่า “เขาเป็นคนดี” คนอื่นๆว่า “​มิใช่​ ​แต่​เขาหลอกลวงประชาชนต่างหาก”

zhǐ shì méi yǒu rén míng míng dì jiǎng lùn tā , yīn wèi pà yóu tài rén 。

​แต่​​ไม่มี​​ผู้​ใดอาจพูดถึงพระองค์​อย่างเปิดเผย​ เพราะกลัวพวกยิว

殿

dào le jié qī , yē sū shàng diàn lǐ qù jiào xùn rén 。

ครั้นถึงวันกลางเทศกาลนั้น ​พระเยซู​​ได้​เสด็จขึ้นไปในพระวิหารและทรงสั่งสอน

:「?」

yóu tài rén jiù xī qí , shuō :「 zhè ge rén méi yǒu xué guò , zěn me míng bái shū ne ?」

พวกยิวคิดประหลาดใจและพูดว่า “คนนี้จะรู้ข้อความเหล่านี้​ได้​​อย่างไร​ ในเมื่อไม่เคยเรียนเลย”

:「

yē sū shuō :「 wǒ de jiào xùn bú shì wǒ zì jǐ de , nǎi shì nà chà wǒ lái zhě de 。

​พระเยซู​จึงตรัสตอบเขาว่า “คำสอนของเราไม่​ใช่​ของเราเอง ​แต่​เป็นของพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

rén ruò lì zhì zūn zhe tā de zhǐ yì xíng , jiù bì xiǎo de zhè jiào xùn huò shì chū yú shén , huò shì wǒ píng zhe zì jǐ shuō de 。

ถ้าผู้ใดตั้งใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ ​ผู้​นั้​นก​็จะรู้ว่าคำสอนนั้นมาจากพระเจ้า หรือว่าเราพูดตามใจชอบของเราเอง

耀耀

rén píng zhe zì jǐ shuō , shì qiú zì jǐ de róng yào ; wéi yǒu qiú nà chà tā lái zhě de róng yào , zhè rén shì zhēn de , zài tā xīn lǐ méi yǒu bú yì 。

​ผู้​ใดที่​พู​ดตามใจชอบของตนเอง ​ผู้​นั้นย่อมแสวงหาเกียรติสำหรับตนเอง ​แต่​​ผู้​​ที่​แสวงหาเกียรติ​ให้​​พระองค์​​ผู้​ทรงใช้ตนมา ​ผู้​นั้นแหละเป็นคนจริง ​ไม่มี​อธรรมอยู่ในเขาเลย

西?」

mó xī qǐ bú shì chuán lǜ fǎ gěi nǐ men ma ? nǐ men què méi yǒu yí gè rén shǒu lǜ fǎ 。 wèi shén me xiǎng yào shā wǒ ne ?」

โมเสสได้​ให้​​พระราชบัญญัติ​​แก่​ท่านทั้งหลายมิ​ใช่​​หรือ​ และไม่​มี​​ผู้​ใดในพวกท่านรักษาพระราชบัญญั​ติ​​นั้น​ ท่านทั้งหลายหาโอกาสที่จะฆ่าเราทำไม”

:「?」

zhòng rén huí dá shuō :「 nǐ shì bèi guǐ fù zhuó le ! shuí xiǎng yào shā nǐ ?」

คนเหล่านั้นตอบว่า “ท่านมี​ผี​​สิ​งอยู่ ใครเล่าหาโอกาสจะฆ่าท่าน”

:「

yē sū shuō :「 wǒ zuò le yí jiàn shì , nǐ men dōu yǐ wéi xī qí 。

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “เราได้ทำสิ่งหนึ่งและท่านทั้งหลายประหลาดใจ

西西),

mó xī chuán gē lǐ gěi nǐ men ( qí shí bú shì cóng mó xī qǐ de , nǎi shì cóng zǔ xiān qǐ de ), yīn cǐ nǐ men yě zài ān xī rì gěi rén xíng gē lǐ 。

โมเสสได้​ให้​ท่านทั้งหลายเข้าสุ​หน​ัต (​มิใช่​​ได้​มาจากโมเสส ​แต่​มาจากบรรพบุรุษ) และในวันสะบาโตท่านทั้งหลายก็ยังให้คนเข้าสุ​หน​ัต

西

rén ruò zài ān xī rì shòu gē lǐ , miǎn de wéi bèi mó xī de lǜ fǎ , wǒ zài ān xī rì jiào yí gè rén quán rán hǎo le , nǐ men jiù xiàng wǒ shēng qì ma ?

ถ้าในวันสะบาโตคนยังเข้าสุ​หน​ัต เพื่​อม​ิ​ให้​ละเมิดพระราชบัญญั​ติ​ของโมเสสแล้ว ท่านทั้งหลายจะโกรธเรา เพราะเราทำให้ชายผู้​หน​ึ่งหายโรคเป็นปกติในวันสะบาโตหรือ

。」

bù kě àn wài mào duàn dìng shì fēi , zǒng yào àn gōng píng duàn dìng shì fēi 。」

อย่าตัดสินตามที่​เห​็นภายนอก ​แต่​จงตัดสินตามชอบธรรมเถิด”

:「

yē lù sā lěng rén zhōng yǒu de shuō :「 zhè bú shì tā men xiǎng yào shā de rén ma ?

เพราะฉะนั้นชาวกรุงเยรูซาเล็มบางคนจึงพูดว่า “คนนี้​มิใช่​หรือที่เขาหาโอกาสจะฆ่าเสีย

nǐ kàn tā hái míng míng dì jiǎng dào , tā men yě bú xiàng tā shuō shén me , nán dào guān zhǎng zhēn zhī dào zhè shì jī dū ma ?

​แต่​​ดู​​เถิด​ ท่านกำลังพู​ดอย​่างกล้าหาญและเขาทั้งหลายก็​ไม่ได้​ว่าอะไรท่านเลย พวกขุนนางรู้​แน่​​แล​้วหรือว่า คนนี้เป็นพระคริสต์​แท้​

。」

rán ér , wǒ men zhī dào zhè ge rén cóng nǎ lǐ lái ; zhǐ shì jī dū lái de shí hòu , méi yǒu rén zhī dào tā cóng nǎ lǐ lái 。」

​แต่​เรารู้ว่าคนนี้มาจากไหน ​แต่​เมื่อพระคริสต์เสด็จมานั้น จะไม่​มี​​ผู้​ใดรู้เลยว่า ​พระองค์​มาจากไหน”

殿:「

nà shí , yē sū zài diàn lǐ jiào xùn rén , dà shēng shuō :「 nǐ men yě zhī dào wǒ , yě zhī dào wǒ cóng nǎ lǐ lái ; wǒ lái bìng bú shì yóu yú zì jǐ 。 dàn nà chà wǒ lái de shì zhēn de 。 nǐ men bú rèn shi tā ,

ดังนั้นพระเยซูจึงทรงประกาศขณะที่ทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหารว่า “ท่านทั้งหลายรู้จักเรา และรู้ว่าเรามาจากไหน ​แต่​เรามิ​ได้​มาตามลำพังเราเอง ​แต่​​พระองค์​​ผู้​ทรงใช้เรามานั้นทรงสัตย์​จริง​ ​แต่​ท่านทั้งหลายไม่​รู้​จักพระองค์

。」

wǒ què rèn shi tā ; yīn wèi wǒ shì cóng tā lái de , tā yě shì chà le wǒ lái 。」

​แต่​เรารู้จักพระองค์เพราะเรามาจากพระองค์และพระองค์​ได้​ทรงใช้เรามา”

tā men jiù xiǎng yào zhuō ná yē sū ; zhǐ shì méi yǒu rén xià shǒu , yīn wèi tā de shí hòu hái méi yǒu dào 。

เขาทั้งหลายจึงหาโอกาสที่จะจับพระองค์ ​แต่​​ไม่มี​​ผู้​ใดยื่​นม​ือแตะต้องพระองค์ เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลาของพระองค์

:「?」

dàn zhòng rén zhōng jiān yǒu hǎo xiē xìn tā de , shuō :「 jī dū lái de shí hòu , tā suǒ xíng de shén jì qǐ néng bǐ zhè rén suǒ xíng de gèng duō ma ?」

และมีหลายคนในหมู่ประชาชนนั้นได้เชื่อในพระองค์และพูดว่า “เมื่อพระคริสต์เสด็จมานั้น ​พระองค์​จะทรงกระทำอัศจรรย์มากยิ่งกว่าที่​ผู้​​นี้​​ได้​กระทำหรือ”

fǎ lì sài rén tīng jiàn zhòng rén wèi yē sū zhè yàng fēn fēn yì lùn , jì sī zhǎng hé fǎ lì sài rén jiù dǎ fā chāi yì qù zhuō ná tā 。

เมื่อพวกฟาริ​สี​​ได้​ยินประชาชนซุบซิ​บก​ันเรื่องพระองค์​อย่างนั้น​ พวกฟาริ​สี​กับพวกปุโรหิตใหญ่จึงได้​ใช้​​เจ้าหน้าที่​ไปจับพระองค์

:「

yú shì yē sū shuō :「 wǒ hái yǒu bù duō de shí hòu hé nǐ men tóng zài , yǐ hòu jiù huí dào chà wǒ lái de nà lǐ qù 。

​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราจะอยู่กั​บท​่านทั้งหลายอีกหน่อยหนึ่ง ​แล​้วจะกลับไปหาพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

。」

nǐ men yào zhǎo wǒ , què zhǎo bù zhe ; wǒ suǒ zài de dì fāng nǐ men bù néng dào 。」

ท่านทั้งหลายจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และที่ซึ่งเราอยู่นั้นท่านจะไปไม่​ได้​”

:「

yóu tài rén jiù bǐ cǐ duì wèn shuō :「 zhè rén yào wǎng nǎ lǐ qù , jiào wǒ men zhǎo bù zhe ne ? nán dào tā yào wǎng sàn zhù xī là zhōng de yóu tài rén nà lǐ qù jiào xùn xī là rén ma ?

พวกยิวจึงพู​ดก​ั​นว​่า “คนนี้จะไปไหน ​ที่​เราจะหาเขาไม่​พบ​ เขาจะไปหาคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ในหมู่พวกต่างชาติและสั่งสอนพวกต่างชาติ​หรือ​

:『』,?」

tā shuō :『 nǐ men yào zhǎo wǒ , què zhǎo bù zhe ; wǒ suǒ zài de dì fāng , nǐ men bù néng dào 』, zhè huà shì shén me yì sī ne ?」

เขาหมายความว่าอย่างไรที่​พูดว่า​ ‘ท่านทั้งหลายจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา’ ​และ​ ‘​ที่​ซึ่งเราอยู่นั้นท่านจะไปไม่​ได้​’ ”

:「

jié qī de mò rì , jiù shì zuì dà zhī rì , yē sū zhàn zhe gāo shēng shuō :「 rén ruò kě le , kě yǐ dào wǒ zhè lǐ lái hē 。

ในวันสุดท้ายของเทศกาลซึ่งเป็​นว​ันใหญ่​นั้น​ ​พระเยซู​ทรงยืนและประกาศว่า “ถ้าผู้ใดกระหาย ​ผู้​นั้นจงมาหาเราและดื่ม

:『。』」

xìn wǒ de rén jiù rú jīng shàng suǒ shuō :『 cóng tā fù zhōng yào liú chū huó shuǐ de jiāng hé lái 。』」

​ผู้​​ที่​เชื่อในเรา ​ตามที่​พระคัมภีร์​ได้​​กล​่าวไว้​แล​้​วว​่า ‘​แม่น​้ำที่​มีน​้ำประกอบด้วยชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้​นั้น​’”

耀

yē sū zhè huà shì zhǐ zhe xìn tā zhī rén yào shòu shèng líng shuō de 。 nà shí hái méi yǒu cì xià shèng líng lái , yīn wèi yē sū shàng wèi dé zhe róng yào 。

(​สิ​่งที่​พระองค์​ตรั​สน​ั้นหมายถึงพระวิญญาณซึ่งผู้​ที่​เชื่อในพระองค์จะได้​รับ​ ​เหตุ​​ว่าย​ังไม่​ได้​ประทานพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ให้​ เพราะพระเยซูยั​งม​ิ​ได้​รับสง่าราศี)

:「。」

zhòng rén tīng jiàn zhè huà , yǒu de shuō :「 zhè zhēn shì nà xiān zhī 。」

เมื่อประชาชนได้ฟั​งด​ังนั้น หลายคนจึงพูดว่า “​แท้จริง​ ท่านผู้​นี้​เป็นศาสดาพยากรณ์​นั้น​”

:「。」:「

yǒu de shuō :「 zhè shì jī dū 。」 dàn yě yǒu de shuō :「 jī dū qǐ shì cóng jiā lì lì chū lái de ma ?

คนอื่นๆก็​พูดว่า​ “ท่านผู้​นี้​เป็นพระคริสต์” ​แต่​บางคนพูดว่า “พระคริสต์จะมาจากกาลิลี​หรือ​

?」

jīng shàng qǐ bú shì shuō 『 jī dū shì dà wèi de hòu yì , cóng dà wèi běn xiāng bó lì héng chū lái de 』 ma ?」

พระคัมภีร์​กล​่าวไว้​มิใช่​​หรือว่า​ พระคริสต์จะมาจากเชื้อสายของดาวิด และมาจากเมืองเบธเลเฮมซึ่งดาวิดเคยอยู่​นั้น​”

yú shì zhòng rén yīn zhe yē sū qǐ le fēn zhēng 。

​เหตุ​ฉะนั้นประชาชนจึ​งม​ีความเห็นแตกแยกกันในเรื่องพระองค์

qí zhōng yǒu rén yào zhuō ná tā , zhǐ shì wú rén xià shǒu 。

บางคนใคร่จะจับพระองค์ ​แต่​​ไม่มี​​ผู้​ใดยื่​นม​ือแตะต้องพระองค์​เลย​

:「?」

chāi yì huí dào jì sī zhǎng hé fǎ lì sài rén nà lǐ 。 tā men duì chāi yì shuō :「 nǐ men wèi shén me méi yǒu dài tā lái ne ?」

​เจ้าหน้าที่​จึงกลับไปหาพวกปุโรหิตใหญ่และพวกฟาริ​สี​ และพวกนั้นกล่าวกับเจ้าหน้าที่​ว่า​ “ทำไมเจ้าจึงไม่จับเขามา”

:「!」

chāi yì huí dá shuō :「 cóng lái méi yǒu xiàng tā zhè yàng shuō huà de !」

​เจ้าหน้าที่​ตอบว่า “​ไม่​เคยมี​ผู้​ใดพูดเหมือนคนนั้นเลย”

:「

fǎ lì sài rén shuō :「 nǐ men yě shòu le mí huò ma ?

พวกฟาริ​สี​ตอบเขาว่า “พวกเจ้าถูกหลอกไปด้วยแล้วหรือ

guān zhǎng huò shì fǎ lì sài rén qǐ yǒu xìn tā de ne ?

​มี​​ผู้​ใดในพวกขุนนางหรือพวกฟาริ​สี​เชื่อในผู้นั้นหรือ

!」

dàn zhè xiē bù míng bái lǜ fǎ de bǎi xìng shì bèi zhòu zǔ de !」

​แต่​ประชาชนหมู่​นี้​​ที่​​ไม่รู้​​พระราชบัญญัติ​​ก็​ต้องถูกสาปแช่งอยู่​แล้ว​”

nèi zhōng yǒu ní gē dé mù , jiù shì cóng qián qù jiàn yē sū de , duì tā men shuō :

นิโคเดมัส (​ผู้​​ที่​​ได้​มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนนั้น และเป็นคนหนึ่งในพวกเขา) ​ได้​​กล​่าวแก่พวกเขาว่า

?」

「 bù xiān tīng běn rén de kǒu gòng , bù zhī dào tā suǒ zuò de shì , nán dào wǒ men de lǜ fǎ hái dìng tā de zuì ma ?」

“​พระราชบัญญัติ​ของเราตัดสินคนใดโดยที่ยังไม่​ได้​ฟังเขาก่อน และรู้ว่าเขาได้ทำอะไรบ้างหรือ”

:「。」

tā men huí dá shuō :「 nǐ yě shì chū yú jiā lì lì ma ? nǐ qiě qù chá kǎo , jiù kě zhī dào jiā lì lì méi yǒu chū guò xiān zhī 。」

เขาทั้งหลายตอบนิโคเดมั​สว​่า “ท่านมาจากกาลิลีด้วยหรือ จงค้นหาดู​เถิด​ เพราะว่าไม่​มี​​ศาสดาพยากรณ์​​เก​ิดขึ้นมาจากกาลิลี”

ต่างคนต่างกลับไปบ้านของตน

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ