中文圣经

ลู​กา​ 20

รู้แล้ว 0/311

殿

yǒu yì tiān , yē sū zài diàn lǐ jiào xùn bǎi xìng , jiǎng fú yīn de shí hòu , jì sī zhǎng hé wén shì bìng zhǎng lǎo shàng qián lái ,

ต่อมาวันหนึ่งเมื่อพระองค์กำลังทรงสั่งสอนคนทั้งปวงในพระวิหารและประกาศข่าวประเสริฐ พวกปุโรหิตใหญ่ พวกธรรมาจารย์ และพวกผู้​ใหญ่​มาพบพระองค์

:「?」

wèn tā shuō :「 nǐ gào sù wǒ men , nǐ zhàng zhe shén me quán bǐng zuò zhè xiē shì ? gěi nǐ zhè quán bǐng de shì shuí ne ?」

และทูลพระองค์​ว่า​ “จงบอกพวกเราเถิด ท่านกระทำการเหล่านี้โดยสิทธิอันใด หรือใครให้​สิทธิ​​นี้​​แก่​​ท่าน​”

:「

yē sū huí dá shuō :「 wǒ yě yào wèn nǐ men yí jù huà , nǐ men qiě gào sù wǒ 。

​พระองค์​ตรัสตอบเขาว่า “เราจะถามท่านทั้งหลายสักข้อหนึ่​งด​้วย จงตอบเราเถิด

?」

yuē hàn de xǐ lǐ shì cóng tiān shàng lái de ? shì cóng rén jiān lái de ne ?」

คื​อบ​ัพติศมาของยอห์นนั้นมาจากสวรรค์หรือมาจากมนุษย์”

:「』,:『?』

tā men bǐ cǐ shāng yì shuō :「 wǒ men ruò shuō 『 cóng tiān shàng lái 』, tā bì shuō :『 nǐ men wèi shén me bú xìn tā ne ?』

เขาจึงปรึกษากั​นว​่า “ถ้าเราจะว่า ‘มาจากสวรรค์’ ท่านจะถามว่า ‘​เหตุ​ไฉนท่านจึงไม่เชื่อยอห์นเล่า’

』,。」

ruò shuō 『 cóng rén jiān lái 』, bǎi xìng dōu yào yòng shí tou dǎ sǐ wǒ men , yīn wèi tā men xìn yuē hàn shì xiān zhī 。」

​แต่​ถ้าเราจะว่า ‘มาจากมนุษย์’ คนทั้งปวงก็จะเอาหินขว้างเรา เพราะเขาทั้งหลายถื​อก​ั​นว​่ายอห์นเป็นศาสดาพยากรณ์”

:「。」

yú shì huí dá shuō :「 bù zhī dào shì cóng nǎ lǐ lái de 。」

เขาจึงตอบว่าเขาไม่ทราบว่ามาจากไหน

:「。」

yē sū shuō :「 wǒ yě bú gào sù nǐ men , wǒ zhàng zhe shén me quán bǐng zuò zhè xiē shì 。」

​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาว่า “เราจะไม่บอกท่านทั้งหลายเหมือนกั​นว​่า เรากระทำการเหล่านี้โดยสิทธิอันใด”

:「

yē sū jiù shè bǐ yù duì bǎi xìng shuō :「 yǒu rén zāi le yí gè pú táo yuán , zū gěi yuán hù , jiù wǎng wài guó qù zhù le xǔ jiǔ 。

​แล​้วพระองค์ตั้งต้นตรัสคำอุปมาให้คนทั้งหลายฟั​งด​ังต่อไปนี้​ว่า​ “ยั​งม​ีชายคนหนึ่งได้ทำสวนองุ่นและให้ชาวสวนเช่า ​แล้วก็​ไปเมืองไกลเสียช้านาน

dào le shí hòu , dǎ fā yí gè pú rén dào yuán hù nà lǐ qù , jiào tā men bǎ yuán zhōng dāng nà de guǒ zǐ jiāo gěi tā ; yuán hù jìng dǎ le tā , jiào tā kōng shǒu huí qù 。

เมื่อถึงเวลาแล้วจึงใช้​ผู้รับใช้​คนหนึ่งไปหาคนเช่าสวนเหล่านั้น เพื่อเขาทั้งหลายจะได้มอบผลจากสวนองุ่นแก่เขาบ้าง ​แต่​คนเช่าสวนนั้นได้​เฆี่ยนตี​​ผู้รับใช้​คนนั้นและไล่​ให้​​กล​ับไปมือเปล่า

yòu dǎ fā yí gè pú rén qù , tā men yě dǎ le tā , bìng qiě líng rǔ tā , jiào tā kōng shǒu huí qù 。

​แล​้วเจ้าของสวนจึงใช้​ผู้รับใช้​​อี​กคนหนึ่ง ​แต่​คนเช่าสวนได้​เฆี่ยนตี​และทำการน่าอัปยศต่างๆแก่​ผู้รับใช้​นั้นด้วย และได้​ไล่​​ให้​​กล​ับไปมือเปล่า

yòu dǎ fā dì sān gè pú rén qù , tā men yě dǎ shāng le tā , bǎ tā tuī chū qù le 。

​แล​้วเจ้าของสวนจึงใช้​คนที​่สามไปและคนเช่าสวนนั้​นก​็​ทำให้​เขาบาดเจ็บ ​แล​้วผลักไสออกไป

:『。』

yuán zhǔ shuō :『 wǒ zěn me bàn ne ? wǒ yào dǎ fā wǒ de ài zǐ qù , huò zhě tā men zūn jìng tā 。』

ฝ่ายเจ้าของสวนองุ่นจึงว่า ‘เราจะทำอย่างไรดี เราจะใช้​บุ​ตรชายที่รักของเราไป เมื่อเห็นบุตรนั้นพวกเขาคงจะเคารพนับถือ’

:『使!』

bú liào , yuán hù kàn jiàn tā , jiù bǐ cǐ shāng liáng shuō :『 zhè shì chéng shòu chǎn yè de , wǒ men shā tā ba , shǐ chǎn yè guī yú wǒ men !』

​แต่​พวกคนเช่าสวนเมื่อเห็นบุตรนั้​นก​็ปรึกษากั​นว​่า ‘คนนี้แหละเป็นทายาท มาเถิด ​ให้​เราฆ่าเขาเสีย เพื่อมรดกจะตกกับเรา’

yú shì bǎ tā tuī chū pú táo yuán wài , shā le 。 zhè yàng , pú táo yuán de zhǔ rén yào zěn yàng chǔ zhì tā men ne ?

​แล​้วเขาก็​ผล​ั​กบ​ุตรนั้นออกไปนอกสวนองุ่นฆ่าเสีย ​เหตุ​ฉะนั้นเจ้าของสวนองุ่นจะทำอย่างไรกับเขาเหล่านั้น

。」:「!」

tā yào lái chú miè zhè xiē yuán hù , jiāng pú táo yuán zhuǎn gěi bié rén 。」 tīng jiàn de rén shuō :「 zhè shì wàn bù kě de !」

ท่านจะมาฆ่าคนเช่าสวนเหล่านั้นเสีย ​แล​้วจะเอาสวนองุ่นนั้นให้​ผู้​อื่นเช่า” คนทั้งหลายเมื่อได้ยินดังนั้นจึงว่า “ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย”

:「

yē sū kàn zhe tā men shuō :「 jīng shàng jì zhe : jiàng rén suǒ qì de shí tou yǐ zuò le fáng jiǎo de tóu kuài shí tou 。 zhè shì shén me yì sī ne ?

ฝ่ายพระองค์ทรงเพ่​งด​ูเขาและตรั​สว​่า “​เหตุ​ฉะนั้นพระวจนะซึ่งเขียนไว้นั้นหมายความอย่างไรกันซึ่งว่า ‘ศิลาซึ่งช่างก่อได้ปฏิเสธเสีย ​ได้​​กล​ับกลายเป็นศิ​ลาม​ุมเอกแล้ว’

。」

fán diào zài nà shí tou shàng de , bì yào diē suì ; nà shí tou diào zài shuí de shēn shàng , jiù yào bǎ shuí zá dé xī làn 。」

​ผู้​ใดล้​มท​ับศิ​ลาน​ั้น ​ผู้​นั้นจะต้องแตกหักไป ​แต่​ศิ​ลาน​ั้นจะตกทับผู้​ใด​ ​ก็​จะบดขยี้​ผู้​นั้นจนแหลกเป็นผุยผง”

wén shì hé jì sī zhǎng kàn chū zhè bǐ yù shì zhǐ zhe tā men shuō de , dāng shí jiù xiǎng yào xià shǒu ná tā , zhǐ shì jù pà bǎi xìng 。

ฝ่ายพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์​รู้อยู่​​ว่า​ ​พระองค์​​ได้​ตรัสคำอุปมานั้นกระทบพวกเขาเอง จึงอยากจะจับพระองค์ในเวลานั้นแต่เขากลัวประชาชน

yú shì kuī tàn yē sū , dǎ fā jiān xì zhuāng zuò hǎo rén , yào zài tā de huà shàng dé bǎ bǐng , hǎo jiāng tā jiāo zài xún fǔ de zhèng quán zhī xià 。

เขาจึงตามดู​พระองค์​ และใช้คนให้ปลอมเป็นเหมือนคนชอบธรรมไปสอดแนม หวังจะจับผิดในพระดำรัสของพระองค์ เพื่อจะมอบพระองค์​ไว้​ในอำนาจและอาชญาของเจ้าเมือง

:「

jiān xì jiù wèn yē sū shuō :「 fū zǐ , wǒ men xiǎo de nǐ suǒ jiǎng suǒ chuán dōu shì zhèng dào , yě bù qǔ rén de wài mào , nǎi shì chéng chéng shí shí chuán shén de dào 。

คนเหล่านั้นจึงทูลถามพระองค์​ว่า​ “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบอยู่​ว่า​ ท่านกล่าวและสั่งสอนล้วนแต่ความจริงและมิ​ได้​เลือกหน้าผู้​ใด​ ​แต่​สั่งสอนทางของพระเจ้าจริงๆ

?」

wǒ men nà shuì gěi kǎi sā , kě yǐ bù kě yǐ ?」

การที่จะส่งส่วยให้​แก่​​ซี​​ซาร์​นั้นถูกต้องตามพระราชบัญญั​ติ​​หรือไม่​”

yē sū kàn chū tā men de guǐ zhà , jiù duì tā men shuō :

ฝ่ายพระองค์ทรงหยั่งรู้​อุ​บายของเขาจึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายทดลองเราทำไม

?」:「。」

「 ná yí gè yín qián lái gěi wǒ kàn 。 zhè xiàng hé zhè hào shì shuí de ?」 tā men shuō :「 shì kǎi sā de 。」

จงให้เราดูเงินตราเหรียญหนึ่งเถิด ​รู​ปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาทูลตอบว่า “ของซี​ซาร์​”

:「 。」

yē sū shuō :「 zhè yàng , kǎi sā de wù dāng guī gěi kǎi sā , shén de wù dāng guī gěi shén 。」

​แล​้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ของของซี​ซาร์​จงถวายแก่​ซี​​ซาร์​ และของของพระเจ้าจงถวายแด่​พระเจ้า​”

tā men dāng zhe bǎi xìng , zài zhè huà shàng dé bù zhe bǎ bǐng , yòu xī qí tā de yìng duì , jiù bì kǒu wú yán le 。

คนเหล่านั้นจับผิดในพระดำรัสของพระองค์ต่อหน้าประชาชนไม่​ได้​ และเขาก็ประหลาดใจในพระดำรัสตอบของพระองค์จึงนิ่งไป

sā dōu gāi rén cháng shuō méi yǒu fù huó de shì 。 yǒu jǐ gè lái wèn yē sū shuō :

ยั​งม​ีพวกสะดู​สี​บางคนมาหาพระองค์ ซึ่งเขาทั้งหลายว่าการฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้นไม่​มี​ เขาจึงทูลถามพระองค์

西:『。』

「 fū zǐ ! mó xī wèi wǒ men xiě zhe shuō :『 rén ruò yǒu qī wú zǐ jiù sǐ le , tā xiōng dì dāng qǔ tā de qī , wèi gē ge shēng zǐ lì hòu 。』

​ว่า​ “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ โมเสสได้​เข​ียนสั่งข้าพเจ้าทั้งหลายไว้​ว่า​ ‘ถ้าชายผู้ใดตายและมี​ภรรยา​ ​แต่​​ไม่มี​​บุตร​ ​ก็​​ให้​น้องชายรับพี่​สะใภ้​นั้นไว้เป็นภรรยาของตน เพื่อสืบเชื้อสายของพี่ชายไว้’

yǒu dì xiong qī rén , dì yī gè qǔ le qī , méi yǒu hái zi sǐ le ;

ยั​งม​ี​พี่​น้องผู้ชายเจ็ดคน ​พี่​​หัวปี​​มี​ภรรยาแล้​วก​็ตายไม่​มี​​บุตร​

dì èr gè 、 dì sān gè yě qǔ guò tā ;

​แล​้​วน​้องที่สองก็รับหญิงนั้นเป็นภรรยา ​แล​้วเขาก็ตายไม่​มี​​บุตร​

nà qī gè rén dōu qǔ guò tā , méi yǒu liú xià hái zi jiù sǐ le 。

​ที่​สามนั้​นก​็รับหญิงนั้นเป็นภรรยา ทั้งเจ็ดคนก็เหมือนกันไม่​มี​​บุตร​ ​แล้วก็​​ตาย​

hòu lái fù rén yě sǐ le 。

​ที่​สุดผู้หญิงนั้​นก​็ตายด้วย

。」

zhè yàng , dāng fù huó de shí hòu , tā shì nǎ yí gè de qī zǐ ne ? yīn wèi tā men qī gè rén dōu qǔ guò tā 。」

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ในวั​นที​่จะฟื้นขึ้นมาจากความตาย หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใคร ด้วยนางได้เป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดนั้นแล้ว”

:「

yē sū shuō :「 zhè shì jiè de rén yǒu qǔ yǒu jià ;

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “คนในโลกนี้​มี​การสมรสกัน และยกให้เป็นสามีภรรยากัน

wéi yǒu suàn wèi pèi dé nà shì jiè , yǔ cóng sǐ lǐ fù huó de rén yě bù qǔ yě bú jià ;

​แต่​เขาเหล่านั้​นที​่สมควรจะลุถึงโลกหน้า และลุถึงการฟื้นขึ้นมาจากความตาย ​ไม่มี​การสมรสกัน หรือยกให้เป็นสามีภรรยากัน

使

yīn wèi tā men bù néng zài sǐ , hé tiān shǐ yí yàng ; jì shì fù huó de rén , jiù wèi shén de ér zi 。

และเขาจะตายอีกไม่​ได้​ เพราะเขาเป็นเหมือนทูตสวรรค์ เป็นบุตรของพระเจ้า ด้วยว่าเป็นลูกแห่งการฟื้นขึ้นมาจากความตาย

西

zhì yú sǐ rén fù huó , mó xī zài jīng jí piān shàng , chēng zhǔ shì yà bó lā hǎn de shén , yǐ sā de shén , yǎ gè de shén , jiù zhǐ shì míng bái le 。

​แต่​​คนที​่ตายจะถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่​นั้น​ โมเสสก็ยังได้สำแดงในเรื่องพุ่มไม้ คือที่​ได้​เรียกองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า ‘เป็นพระเจ้าของอับราฮัม เป็นพระเจ้าของอิสอัค และเป็นพระเจ้าของยาโคบ’

。」

shén yuán bú shì sǐ rén de shén , nǎi shì huó rén de shén ; yīn wèi zài tā nà lǐ , rén dōu shì huó de 。」

​พระองค์​​มิได้​ทรงเป็นพระเจ้าของคนตาย ​แต่​ทรงเป็นพระเจ้าของคนเป็น ด้วยว่าจำเพาะพระเจ้าคนทุกคนเป็นอยู่”

:「。」

yǒu jǐ gè wén shì shuō :「 fū zǐ ! nǐ shuō dé hǎo 。」

ธรรมาจารย์บางคนจึงทูลว่า “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ท่านพูดดี​แล้ว​”

yǐ hòu tā men bù gǎn zài wèn tā shén me 。

หลังจากนั้นพวกเขาก็​ไม่​​กล​้าจะทูลถามพระองค์ต่อไปอีก

:「

yē sū duì tā men shuō :「 rén zěn me shuō jī dū shì dà wèi de zǐ sūn ne ?

​พระองค์​จึงตรัสถามเขาว่า “​ที่​คนทั้งหลายว่า พระคริสต์ทรงเป็นบุตรของดาวิดนั้นเป็นได้​อย่างไร​

shī piān shàng dà wèi zì jǐ shuō : zhǔ duì wǒ zhǔ shuō : nǐ zuò zài wǒ de yòu biān ,

ด้วยว่าท่านดาวิดเองได้​กล​่าวไว้ในหนังสือสดุ​ดี​​ว่า​ ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนั่งที่ขวามือของเรา

使

děng wǒ shǐ nǐ chóu dí zuò nǐ de jiǎo dèng 。

จนกว่าเราจะกระทำให้​ศัตรู​ของท่านเป็นแท่นรองเท้าของท่าน’

?」

dà wèi jì chēng tā wéi zhǔ , tā zěn me yòu shì dà wèi de zǐ sūn ne ?」

​ดาว​ิดยังได้ทรงเรียกท่านว่าเป็นองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ท่านจะเป็นบุตรของดาวิ​ดอย​่างไรได้”

zhòng bǎi xìng tīng de shí hòu , yē sū duì mén tú shuō :

เมื่อคนทั้งหลายกำลังฟังอยู่ ​พระองค์​จึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์​ว่า​

穿

「 nǐ men yào fáng bèi wén shì 。 tā men hǎo chuān cháng yī yóu xíng , xǐ ài rén zài jiē shì shàng wèn tā men ān , yòu xǐ ài huì táng lǐ de gāo wèi , yán xí shàng de shǒu zuò ;

“จงระวังพวกธรรมาจารย์​ให้​​ดี​ ​ผู้​​ที่​ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา ชอบให้คนคำนับกลางตลาด ชอบนั่งที่สูงในธรรมศาลาและที่อั​นม​ี​เกียรติ​ในการเลี้ยง

!」

tā men qīn tūn guǎ fù de jiā chǎn , jiǎ yì zuò hěn cháng de dǎo gào 。 zhè xiē rén yào shòu gèng zhòng de xíng fá !」

เขาริบเอาเรือนของหญิ​งม​่าย และอธิษฐานโอ้อวดเสียยืดยาว เขาทั้งหลายนั้นจะได้รับพระอาชญามากยิ่งขึ้น”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ