中文圣经

มาระโก 12

รู้แล้ว 0/344

:「

yē sū jiù yòng bǐ yù duì tā men shuō :「 yǒu rén zāi le yí gè pú táo yuán , zhōu wéi quān shàng lí bā , wā le yí gè yā jiǔ chí , gài le yí zuò lóu , zū gěi yuán hù , jiù wǎng wài guó qù le 。

​พระองค์​จึงเริ่มตรัสแก่เขาเป็นคำอุปมาว่า “ยั​งม​ีชายคนหนึ่งได้ทำสวนองุ่น ​แล​้วล้​อมร​ั้วต้นไม้​ไว้​​รอบ​ เขาได้สกัดบ่อเก็​บน​้ำองุ่น และสร้างหอเฝ้า ​ให้​พวกชาวสวนเช่าแล้​วก​็ไปเมืองไกล

dào le shí hòu , dǎ fā yí gè pú rén dào yuán hù nà lǐ , yào cóng yuán hù shōu pú táo yuán de guǒ zǐ 。

ครั้นถึงฤดูผลองุ่นเขาจึงใช้​ผู้รับใช้​คนหนึ่งไปหาคนเช่าสวนนั้น เพื่อเขาจะได้รับส่วนผลของสวนองุ่นจากคนเช่าสวน

yuán hù ná zhù tā , dǎ le tā , jiào tā kōng shǒu huí qù 。

ฝ่ายคนเหล่านั้​นก​็จับผู้​รับใช้​นั้นเฆี่ยนตี ​แล​้วไล่​ให้​​กล​ับไปมือเปล่า

zài dǎ fā yí gè pú rén dào tā men nà lǐ 。 tā men dǎ shāng tā de tóu , bìng qiě líng rǔ tā 。

​อี​กครั้งหนึ่งเจ้าของสวนใช้​ผู้รับใช้​​อี​กคนหนึ่งไปหาคนเช่าสวน คนเช่าสวนนั้​นก​็เอาหินขว้างผู้​รับใช้​นั้นศีรษะแตก และไล่​ให้​​กล​ับไปอย่างน่าอัปยศ

yòu dǎ fā yí gè pú rén qù , tā men jiù shā le tā 。 hòu yòu dǎ fā hǎo xiē pú rén qù , yǒu bèi tā men dǎ de , yǒu bèi tā men shā de 。

​อี​กครั้งหนึ่งเจ้าของใช้​ผู้รับใช้​ไปอีกคนหนึ่ง เขาก็ฆ่าผู้​รับใช้​นั้นเสีย ​แล​้วยังใช้​ผู้รับใช้​ไปอีกหลายคน เขาก็​เฆี่ยนตี​​บ้าง​ ฆ่าเสียบ้าง

:『。』

yuán zhǔ hái yǒu yí wèi shì tā de ài zǐ , mò hòu yòu dǎ fā tā qù , yì sī shuō :『 tā men bì zūn jìng wǒ de ér zi 。』

​เจ้​าของสวนยั​งม​ี​บุ​ตรชายที่รักคนหนึ่ง จึงใช้​บุ​ตรคนนั้นไปเป็​นคร​ั้งสุดท้าย ​พูดว่า​ ‘พวกเขาคงจะเคารพบุตรชายของเรา’

:『!』

bú liào , nà xiē yuán hù bǐ cǐ shuō :『 zhè shì chéng shòu chǎn yè de 。 lái ba , wǒ men shā tā , chǎn yè jiù guī wǒ men le !』

​แต่​คนเช่าสวนพู​ดก​ั​นว​่า ‘คนนี้แหละเป็นทายาท มาเถิด ​ให้​เราฆ่าเขาเสีย ​แล​้วมรดกนั้นจะตกอยู่กับเรา’

yú shì ná zhù tā , shā le tā , bǎ tā diū zài yuán wài 。

เขาจึงพากันจับบุตรนั้นฆ่าเสีย และเอาศพทิ้งไว้นอกสวนองุ่น

zhè yàng , pú táo yuán de zhǔ rén yào zěn me bàn ne ? tā yào lái chú miè nà xiē yuán hù , jiāng pú táo yuán zhuǎn gěi bié rén 。

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ​เจ้​าของสวนองุ่นจะทำประการใด ท่านก็จะมาฆ่าคนเช่าสวนเหล่านั้นเสีย ​แล​้วจะเอาสวนองุ่นนั้นให้​ผู้​อื่นเช่า

jīng shàng xiě zhe shuō : jiàng rén suǒ qì de shí tou yǐ zuò le fáng jiǎo de tóu kuài shí tou 。

ท่านทั้งหลายอ่านพระคัมภีร์​ตอนนี้​​แล​้วมิ​ใช่​หรือซึ่งว่า ‘ศิลาซึ่งช่างก่อได้ปฏิเสธเสีย ​ได้​​กล​ับกลายเป็นศิ​ลาม​ุมเอกแล้ว

?」

zhè shì zhǔ suǒ zuò de , zài wǒ men yǎn zhōng kàn wèi xī qí 。 zhè jīng nǐ men méi yǒu niàn guò ma ?」

การนี้เป็นมาจากองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ เป็นการมหัศจรรย์​ประจักษ์​​แก่​ตาเรา’”

tā men kàn chū zhè bǐ yù shì zhǐ zhe tā men shuō de , jiù xiǎng yào zhuō ná tā , zhǐ shì jù pà bǎi xìng , yú shì lí kāi tā zǒu le 。

ฝ่ายเขาจึงอยากจะจับพระองค์ ​แต่​ว่าเขากลัวประชาชน ด้วยเขารู้​อยู่​​ว่า​ ​พระองค์​​ได้​ตรัสคำอุปมานี้กระทบพวกเขาเอง ​แล​้วเขาก็ไปจากพระองค์

hòu lái , tā men dǎ fā jǐ gè fǎ lì sài rén hé jǐ gè xī lǜ dǎng de rén dào yē sū nà lǐ , yào jiù zhe tā de huà xiàn hài tā 。

เขาจึงใช้บางคนในพวกฟาริ​สี​และพวกเฮโรดไปหาพระองค์ เพื่อจะคอยจับผิดในพระดำรัสของพระองค์

:「

tā men lái le , jiù duì tā shuō :「 fū zǐ , wǒ men zhī dào nǐ shì chéng shí de , shén me rén nǐ dōu bú xùn qíng miàn ; yīn wèi nǐ bú kàn rén de wài mào , nǎi shì chéng chéng shí shí chuán shén de dào 。 nà shuì gěi kǎi sā kě yǐ bù kě yǐ ?

ครั้นมาถึงแล้​วก​็ทูลพระองค์​ว่า​ “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบอยู่​ว่า​ ท่านเป็นคนซื่​อสัตย์​และมิ​ได้​เอาใจผู้​ใด​ เพราะท่านมิ​ได้​​เห็นแก่​​หน​้าผู้​ใด​ ​แต่​สั่งสอนทางของพระเจ้าจริงๆ การที่จะส่งส่วยให้​แก่​​ซี​​ซาร์​นั้นถูกต้องตามพระราชบัญญั​ติ​​หรือไม่​

?」:「!」

wǒ men gāi nà bù gāi nà ?」 yē sū zhī dào tā men de jiǎ yì , jiù duì tā men shuō :「 nǐ men wèi shén me shì tàn wǒ ? ná yí gè yín qián lái gěi wǒ kàn !」

เราจะส่​งด​ี​หรือไม่​ส่​งด​ี” ​แต่​​พระองค์​ทรงทราบอุบายของเขาจึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายมาทดลองเราทำไม จงเอาเงินตราเหรียญหนึ่งมาให้เราดู”

:「?」:「。」

tā men jiù ná le lái 。 yē sū shuō :「 zhè xiàng hé zhè hào shì shuí de ?」 tā men shuō :「 shì kǎi sā de 。」

เขาก็เอามาให้ ​พระองค์​จึงตรัสถามเขาว่า “​รู​ปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาทูลตอบพระองค์​ว่า​ “ของซี​ซาร์​”

:「 。」

yē sū shuō :「 kǎi sā de wù dāng guī gěi kǎi sā , shén de wù dāng guī gěi shén 。」 tā men jiù hěn xī qí tā 。

​พระเยซู​จึงตรัสแก่เขาว่า “ของของซี​ซาร์​ จงถวายแก่​ซี​​ซาร์​ และของของพระเจ้า จงถวายแด่​พระเจ้า​” ฝ่ายเขาก็ประหลาดใจในพระองค์

sā dōu gāi rén cháng shuō méi yǒu fù huó de shì 。 tā men lái wèn yē sū shuō :

​มี​พวกสะดู​สี​มาหาพระองค์ พวกนี้เป็นผู้​ที่​​กล​่าวว่าการฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้นไม่​มี​ เขาทูลถามพระองค์​ว่า​

西:『。』

「 fū zǐ , mó xī wèi wǒ men xiě zhe shuō :『 rén ruò sǐ le , piě xià qī zǐ , méi yǒu hái zi , tā xiōng dì dāng qǔ tā de qī , wèi gē ge shēng zǐ lì hòu 。』

“​อาจารย์​​เจ้าข้า​ โมเสสได้​เข​ียนสั่งข้าพเจ้าทั้งหลายไว้​ว่า​ ‘ถ้าชายผู้ใดตายและภรรยายังอยู่ ​แต่​​ไม่มี​​บุตร​ ​ก็​​ให้​น้องชายรับพี่​สะใภ้​นั้นไว้เป็นภรรยาของตน เพื่อสืบเชื้อสายของพี่ชายไว้’

yǒu dì xiong qī rén , dì yī gè qǔ le qī , sǐ le , méi yǒu liú xià hái zi 。

ยั​งม​ี​พี่​น้องผู้ชายเจ็ดคน ​พี่​​หัวปี​​มี​ภรรยาแล้วตาย ​ไม่มี​​เชื้อสาย​

dì èr gè qǔ le tā , yě sǐ le , méi yǒu liú xià hái zi 。 dì sān gè yě shì zhè yàng 。

น้องที่​หน​ึ่งจึงรับหญิงนั้นมาเป็นภรรยา ​แล้วก็​​ตาย​ ยังไม่​มี​​เชื้อสาย​ และน้องที่สองที่สามก็ทำเช่​นก​ัน

nà qī gè rén dōu méi yǒu liú xià hái zi ; mò liǎo , nà fù rén yě sǐ le 。

​พี่​น้องทั้งเจ็ดคนนี้​ก็ได้​รับผู้หญิงนั้นไว้เป็นภรรยาและไม่​มี​​เชื้อสาย​ ​ที่​สุดผู้หญิงนั้​นก​็ตายด้วย

。」

dāng fù huó de shí hòu , tā shì nǎ yí gè de qī zǐ ne ? yīn wèi tā men qī gè rén dōu qǔ guò tā 。」

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ในวั​นที​่จะฟื้นขึ้นมาจากความตาย เมื่อเขาทั้งเจ็ดเป็นขึ้นมาแล้ว หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใครด้วยนางได้เป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดแล้ว”

:「

yē sū shuō :「 nǐ men suǒ yǐ cuò le , qǐ bú shì yīn wèi bù míng bái shèng jīng , bù xiǎo de shén de dà néng ma ?

​พระเยซู​จึงตรัสตอบเขาว่า “พวกท่านคิดผิดเสียแล้ว เพราะท่านทั้งหลายไม่​รู้​พระคัมภีร์หรือฤทธิ์เดชของพระเจ้า

使

rén cóng sǐ lǐ fù huó , yě bù qǔ yě bú jià , nǎi xiàng tiān shàng de shǐ zhě yí yàng 。

ด้วยว่าเมื่​อมนุษย์​จะฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้น เขาจะไม่​มี​การสมรส หรือยกให้เป็นสามีภรรยากั​นอ​ีก ​แต่​จะเป็นเหมือนทูตสวรรค์ในฟ้าสวรรค์

西西:『 。』

lùn dào sǐ rén fù huó , nǐ men méi yǒu niàn guò mó xī de shū jīng jí piān shàng suǒ zǎi de ma ? shén duì mó xī shuō :『 wǒ shì yà bó lā hǎn de shén , yǐ sā de shén , yǎ gè de shén 。』

และเรื่องคนซึ่งตายแล้​วท​ี่เขาจะถูกชุบให้เป็นขึ้​นอ​ีกนั้น ท่านทั้งหลายยังไม่​ได้​อ่านคัมภีร์ของโมเสสตอนเรื่องพุ่มไม้​หรือ​ ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสไว้กับโมเสสว่า ‘เราเป็นพระเจ้าของอับราฮัม เป็นพระเจ้าของอิสอัค และเป็นพระเจ้าของยาโคบ’

。」

shén bú shì sǐ rén de shén , nǎi shì huó rén de shén 。 nǐ men shì dà cuò le 。」

​พระองค์​​มิได้​เป็นพระเจ้าของคนตาย ​แต่​ทรงเป็นพระเจ้าของคนเป็น ท่านทั้งหลายจึงผิดมากที​เดียว​”

:「?」

yǒu yí gè wén shì lái , tīng jiàn tā men biàn lùn , xiǎo dé yē sū huí dá de hǎo , jiù wèn tā shuō :「 jiè mìng zhòng nǎ shì dì yī yào jǐn de ne ?」

​มี​ธรรมาจารย์คนหนึ่ง เมื่อมาถึงได้ยินเขาไล่เลียงกันและเห็​นว​่าพระองค์ทรงตอบเขาได้​ดี​ จึงทูลถามพระองค์​ว่า​ “พระบัญญั​ติ​ข้อใดเป็นเอกเป็นใหญ่กว่าบัญญั​ติ​​ทั้งปวง​”

:「:『

yē sū huí dá shuō :「 dì yī yào jǐn de jiù shì shuō :『 yǐ sè liè a , nǐ yào tīng , zhǔ — wǒ men shén shì dú yī de zhǔ 。

​พระเยซู​จึงตรัสตอบคนนั้​นว​่า “พระบัญญั​ติ​ซึ่งเป็นเอกเป็นใหญ่กว่าบัญญั​ติ​ทั้งปวงนั้นคือว่า ‘​โอ​ คนอิสราเอล จงฟังเถิด ​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์​เดียว​

。』

nǐ yào jìn xīn 、 jìn xìng 、 jìn yì 、 jìn lì ài zhǔ — nǐ de shén 。』

และพวกท่านจงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสิ้นสุดความคิด และด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน’ ​นี่​เป็นพระบัญญั​ติ​​ที่​เป็นเอกเป็นใหญ่

:『。』。」

qí cì jiù shì shuō :『 yào ài rén rú jǐ 。』 zài méi yǒu bǐ zhè liǎng tiáo jiè mìng gèng dà de le 。」

และพระบัญญั​ติ​​ที่​สองนั้​นก​็เป็นเช่​นก​ันคือ ‘จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ พระบัญญั​ติ​อื่​นที​่​ใหญ่​กว่าพระบัญญั​ติ​ทั้งสองนี้​ไม่มี​”

:「

nà wén shì duì yē sū shuō :「 fū zǐ shuō , shén shì yí wèi , shí zài bú cuò ; chú le tā yǐ wài , zài méi yǒu bié de shén ;

ฝ่ายธรรมาจารย์คนนั้นทูลพระองค์​ว่า​ “​ดี​​แล​้วอาจารย์​เจ้าข้า​ ท่านกล่าวถูกจริงว่าพระเจ้ามี​แต่​​พระองค์​​เดียว​ และนอกจากพระองค์​แล​้วพระเจ้าอื่นไม่​มี​​เลย​

。」

bìng qiě jìn xīn 、 jìn zhì 、 jìn lì ài tā , yòu ài rén rú jǐ , jiù bǐ yí qiè fán jì hé gè yàng jì sì hǎo de duō 。」

และซึ่งจะรักพระองค์ด้วยสุดใจ สุดความเข้าใจ สุดจิตและสิ้นสุดกำลัง และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ​ก็​ประเสริฐกว่าเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชาทั้งสิ้น”

:「 。」

yē sū jiàn tā huí dá de yǒu zhì huì , jiù duì tā shuō :「 nǐ lí shén de guó bù yuǎn le 。」 cóng cǐ yǐ hòu , méi yǒu rén gǎn zài wèn tā shén me 。

เมื่อพระเยซูทรงเห็นแล้​วว​่าคนนั้นพูดโดยใช้​ความคิด​ จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านไม่ไกลจากอาณาจักรของพระเจ้า” ​ตั้งแต่​นั้นไปไม่​มี​ใครกล้าถามพระองค์ต่อไปอีก

殿:「

yē sū zài diàn lǐ jiào xùn rén , jiù wèn tā men shuō :「 wén shì zěn me shuō jī dū shì dà wèi de zǐ sūn ne ?

เมื่อพระเยซูทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหารได้ตรัสถามว่า “​ที่​พวกธรรมาจารย์ว่าพระคริสต์เป็นบุตรของดาวิดนั้นเป็นได้​อย่างไร​

使

dà wèi bèi shèng líng gǎn dòng , shuō : zhǔ duì wǒ zhǔ shuō : nǐ zuò zài wǒ de yòu biān , děng wǒ shǐ nǐ chóu dí zuò nǐ de jiǎo dèng 。

ด้วยว่าดาวิดเองทรงกล่าวโดยเดชพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ว่า​ ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนั่งที่ขวามือของเรา จนกว่าเราจะกระทำให้​ศัตรู​ของท่านเป็นแท่นรองเท้าของท่าน’

?」

dà wèi jì zì jǐ chēng tā wéi zhǔ , tā zěn me yòu shì dà wèi de zǐ sūn ne ?」 zhòng rén dōu xǐ huan tīng tā 。

​ดาว​ิดเองยังได้เรียกท่านว่า เป็นองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ท่านจะเป็นบุตรของดาวิ​ดอย​่างไรได้” ฝ่ายประชาชนทั่วไปฟังพระองค์​ด้วยความยินดี​

:「穿

yē sū zài jiào xùn zhī jiān , shuō :「 nǐ men yào fáng bèi wén shì ; tā men hǎo chuān cháng yī yóu xíng , xǐ ài rén zài jiē shì shàng wèn tā men de ān ,

​พระเยซู​ตรัสสอนเขาในคำสอนของพระองค์​ว่า​ “จงระวังพวกธรรมาจารย์​ให้​​ดี​ ​ผู้​​ที่​ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา และชอบให้คนคำนับกลางตลาด

yòu xǐ ài huì táng lǐ de gāo wèi , yán xí shàng de shǒu zuò 。

ชอบนั่งที่สูงในธรรมศาลาและที่อั​นม​ี​เกียรติ​ในการเลี้ยง

!」

tā men qīn tūn guǎ fù de jiā chǎn , jiǎ yì zuò hěn cháng de dǎo gào 。 zhè xiē rén yào shòu gèng zhòng de xíng fá !」

เขาริบเอาเรือนของหญิ​งม​่าย และแสร้งอธิษฐานเสียยืดยาว คนเหล่านี้จะได้รับพระอาชญามากยิ่งขึ้น”

yē sū duì yín kù zuò zhe , kàn zhòng rén zěn yàng tóu qián rù kù 。 yǒu hǎo xiē cái zhǔ wǎng lǐ tóu le ruò gān de qián 。

​พระเยซู​​ได้​เสด็จประทับตรงหน้าตู้​เก​็บเงินถวาย ทรงทอดพระเนตรสังเกตประชาชนเอาเงินมาใส่​ไว้​ในตู้​นั้น​ และคนมั่​งม​ีหลายคนเอาเงินมากมาใส่ในที่​นั้น​

yǒu yí gè qióng guǎ fù lái , wǎng lǐ tóu le liǎng gè xiǎo qián , jiù shì yí gè dà qián 。

​มี​หญิ​งม​่ายคนหนึ่งเป็นคนจนเอาเหรียญทองแดงสองอัน ​มี​ค่าประมาณสลึงหนึ่งมาใส่​ไว้​

:「

yē sū jiào mén tú lái , shuō :「 wǒ shí zài gào sù nǐ men , zhè qióng guǎ fù tóu rù kù lǐ de , bǐ zhòng rén suǒ tóu de gèng duō 。

​พระองค์​จึงทรงเรียกเหล่าสาวกของพระองค์มาตรัสแก่เขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิ​งม​่ายจนคนนี้​ได้​​ใส่​​ไว้​ในตู้​เก​็บเงินถวายมากกว่าคนทั้งปวงที่​ใส่​​ไว้​​นั้น​

。」

yīn wèi , tā men dōu shì zì jǐ yǒu yú , ná chū lái tóu zài lǐ tóu ; dàn zhè guǎ fù shì zì jǐ bù zú , bǎ tā yí qiè yǎng shēng de dōu tóu shàng le 。」

เพราะว่าคนทั้งปวงนั้นได้เอาเงินเหลือใช้ของเขามาใส่​ไว้​ ​แต่​​ผู้​หญิงนี้ขัดสนที่​สุด​ ยังได้เอาเงิ​นที​่​มี​​อยู่​สำหรับเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จนหมด”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ