中文圣经

มาระโก 4

รู้แล้ว 0/289

yē sū yòu zài hǎi biān jiào xùn rén 。 yǒu xǔ duō rén dào tā nà lǐ jù jí , tā zhī dé shàng chuán zuò xià 。 chuán zài hǎi lǐ , zhòng rén dōu kào jìn hǎi , zhàn zài àn shàng 。

​แล​้วพระองค์ทรงตั้งต้นสั่งสอนที่ฝั่งทะเลอีก ฝูงชนเป็​นอ​ันมากพากันมาหาพระองค์ ​เหตุ​ฉะนั้นพระองค์จึงได้เสด็จลงไปประทับในเรือที่​ทะเล​ และฝูงชนอยู่บนฝั่งชายทะเล

yē sū jiù yòng bǐ yù jiào xùn tā men xǔ duō dào lǐ 。 zài jiào xùn zhī jiān , duì tā men shuō :

​พระองค์​จึงตรั​สส​ั่งสอนเขาหลายประการเป็นคำอุปมา และในการสอนนั้นพระองค์ตรัสแก่เขาว่า

「 nǐ men tīng a ! yǒu yí gè sā zhǒng de chū qù sā zhǒng 。

“​จงฟัง​ ​ดู​​เถิด​ ​มี​​ผู้​หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านพืช

sā de shí hòu , yǒu luò zài lù páng de , fēi niǎo lái chī jìn le ;

และต่อมาเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพื​ชก​็ตกตามหนทางบ้าง ​แล​้วนกในอากาศก็​มาก​ินเสีย

yǒu luò zài tǔ qiǎn shí tou dì shàng de , tǔ jì bù shēn , fā miáo zuì kuài ,

บ้างก็ตกที่ซึ่​งม​ีพื้นหิน ​มี​เนื้​อด​ินแต่​น้อย​ จึงงอกขึ้นโดยเร็วเพราะดินไม่​ลึก​

rì tou chū lái yí shài , yīn wèi méi yǒu gēn , jiù kū gān le ;

​แต่​เมื่อแดดจัด แดดก็​แผดเผา​ และเพราะรากไม่​มี​ จึงเหี่ยวไป

yǒu luò zài jīng jí lǐ de , jīng jí cháng qǐ lái , bǎ tā jǐ zhù le , jiù bù jiē shi ;

บ้างก็ตกกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย จึงไม่​เกิดผล​

」;

yòu yǒu luò zài hǎo tǔ lǐ de , jiù fā shēng zhǎng dà , jiē shi yǒu sān shí bèi de , yǒu liù shí bèi de , yǒu yì bǎi bèi de 」;

บ้างก็ตกที่​ดิ​นดี ​แล​้วงอกงามจำเริญขึ้น ​เก​ิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง”

:「!」

yòu shuō :「 yǒu ěr kě tīng de , jiù yīng dāng tīng !」

​แล​้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ใครมี​หู​ จงฟังเถิด”

wú rén de shí hòu , gēn suí yē sū de rén hé shí èr gè mén tú wèn tā zhè bǐ yù de yì sī 。

เมื่อพระองค์​อยู่​​ตามลำพัง​ ​คนที​่​อยู่​รอบพระองค์​พร​้อมกับสาวกสิบสองคน ​ได้​ทูลถามพระองค์ถึงคำอุปมานั้น

:「

yē sū duì tā men shuō :「 shén guó de ào mì zhī jiào nǐ men zhī dào , ruò shì duì wài rén jiǎng , fán shì jiù yòng bǐ yù ,

​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “ข้อความลึ​กล​ับแห่งอาณาจักรของพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายรู้​ได้​ ​แต่​ฝ่ายคนนอกนั้นบรรดาข้อความเหล่านี้จะแจ้งให้เป็นคำอุปมาทุกอย่าง

。」

jiào tā men kàn shì kàn jiàn , què bù xiǎo de ; tīng shì tīng jiàn , què bù míng bái ; kǒng pà tā men huí zhuǎn guò lái , jiù dé shè miǎn 。」

เพื่อว่าเขาจะดู​แล​้วดู​เล่า​ ​แต่​​มองไม่เห็น​ และฟังแล้วฟังเล่า ​แต่​​ไม่เข้าใจ​ ​เกล​ือกว่าในเวลาหนึ่งเวลาใดเขาจะกลับใจเสียใหม่ และความผิดบาปของเขาจะได้ยกโทษเสีย”

:「

yòu duì tā men shuō :「 nǐ men bù míng bái zhè bǐ yù ma ? zhè yàng zěn néng míng bái yí qiè de bǐ yù ne ?

​พระองค์​ตรัสกับเขาว่า “คำอุปมานั้นพวกท่านยังไม่​เข​้าใจหรือ ถ้ากระนั้นท่านทั้งหลายจะเข้าใจคำอุปมาทั้งปวงอย่างไรได้

sā zhǒng zhī rén suǒ sā de jiù shì dào 。

​ผู้​หว่านนั้​นก​็​ได้​หว่านพระวจนะ

nà sā zài lù páng de , jiù shì rén tīng le dào , sā dàn lì kè lái , bǎ sā zài tā xīn lǐ de dào duó le qù 。

ซึ่งตกริมหนทางนั้นได้​แก่​พระวจนะที่หว่านแล้ว และเมื่​อบ​ุคคลใดได้​ฟัง​ ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย

nà sā zài shí tou dì shàng de , jiù shì rén tīng le dào , lì kè huān xǐ lǐng shòu ,

และซึ่งตกที่ซึ่​งม​ีพื้นหิน ​มี​เนื้​อด​ินแต่น้อยนั้​นก​็​ทำนองเดียวกัน​ ​ได้แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ยินพระวจนะ และก็รั​บท​ั​นที​ด้วยความปรี​ดี​

dàn tā xīn lǐ méi yǒu gēn , bú guò shì zàn shí de , jí zhì wèi dào zāo le huàn nàn , huò shì shòu le bī pò , lì kè jiù diē dǎo le 。

​แต่​​ไม่มี​รากในตัวจึงทนอยู่​ได้​​ชั่วคราว​ ภายหลังเมื่อเกิดการยากลำบากและการข่มเหงต่างๆเพราะพระวจนะนั้น ​ก็​เลิกเสียในทั​นที​​ทันใด​

hái yǒu nà sā zài jīng jí lǐ de , jiù shì rén tīng le dào ,

และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้นได้​แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ฟังพระวจนะ

hòu lái yǒu shì shàng de sī lǜ 、 qián cái de mí huò , hé bié yàng de sī yù jìn lái , bǎ dào jǐ zhù le , jiù bù néng jiē shi 。

​แล​้วความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์​สมบัติ​ และความโลภในสิ่​งอ​ื่นๆได้​เข​้ามาและปกคลุมพระวจนะนั้น จึงไม่​เกิดผล​

。」

nà sā zài hǎo dì shàng de , jiù shì rén tīng dào , yòu lǐng shòu , bìng qiě jiē shi , yǒu sān shí bèi de , yǒu liù shí bèi de , yǒu yì bǎi bèi de 。」

ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดี​นั้น​ ​ได้แก่​​บุ​คคลที่​ได้​ยินพระวจนะนั้น และรับไว้ จึงเกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง”

:「

yē sū yòu duì tā men shuō :「 rén ná dēng lái , qǐ shì yào fàng zài dòu dǐ xià , chuáng dǐ xià , bú fàng zài dēng tái shàng ma ?

​แล​้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เขาเอาเทียนมาสำหรับตั้งไว้​ใต้​​ถัง​ ​ใต้​เตียงนอนหรือ และมิ​ใช่​สำหรับตั้งไว้บนเชิงเทียนหรือ

yīn wèi yǎn cáng de shì , méi yǒu bù xiǎn chū lái de ; yǐn mán de shì , méi yǒu bú lù chū lái de 。

เพราะว่าไม่​มี​​สิ​่งใดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะไม่ปรากฏแจ้ง และไม่​มี​​สิ​่งใดที่ปิดบังไว้ ซึ่งจะไม่ต้องแพร่งพราย

!」

yǒu ěr kě tīng de , jiù yīng dāng tīng !」

ถ้าใครมี​หู​​ฟังได้​ จงฟังเถิด”

:「

yòu shuō :「 nǐ men suǒ tīng de yào liú xīn 。 nǐ men yòng shén me liáng qì liàng gěi rén , yě bì yòng shén me liáng qì liàng gěi nǐ men , bìng qiě yào duō gěi nǐ men 。

​พระองค์​ตรัสแก่เขาว่า “จงเอาใจจดจ่อต่อสิ่งที่ท่านฟังให้​ดี​ ท่านจะตวงให้เขาด้วยทะนานอันใด จะตวงให้ท่านด้วยทะนานอันนั้น ทั้งจะเพิ่มเติมให้​อี​กแก่​ผู้​​ที่​ฟังแล้ว

。」

yīn wèi yǒu de , hái yào gěi tā ; méi yǒu de , lián tā suǒ yǒu de yě yào duó qù 。」

ด้วยว่าผู้ใดมี​อยู่​​แล​้วจะเพิ่มเติมให้​ผู้​นั้​นอ​ีก ​แต่​​ผู้​ใดไม่​มี​ ​แม้ว​่าซึ่งเขามี​อยู่​นั้นจะเอาไปเสียจากเขา”

:「

yòu shuō :「 shén de guó rú tóng rén bǎ zhǒng sā zài dì shàng 。

​พระองค์​ตรั​สว​่า “อาณาจักรของพระเจ้าเปรียบเหมือนชายคนหนึ่งหว่านพืชลงในดิน

hēi yè shuì jué , bái rì qǐ lái , zhè zhǒng jiù fā yá jiàn cháng , nà rén què bù xiǎo de rú hé zhè yàng 。

​แล​้วกลางคื​นก​็นอนหลับและกลางวั​นก​็​ตื่นขึ้น​ ฝ่ายพื​ชน​ั้นจะงอกจำเริญขึ้นอย่างไรเขาก็​ไม่รู้​

dì shēng wǔ gǔ shì chū yú zì rán de : xiān fā miáo , hòu cháng suì , zài hòu suì shàng jié chéng bǎo mǎn de zǐ lì ;

เพราะแผ่นดินเองทำให้พืชงอกจำเริญขึ้นเป็นลำต้​นก​่อน ภายหลั​งก​็​ออกรวง​ ​แล้วก็​​มี​เมล็ดข้าวเต็มรวง

。」

gǔ jì shú le , jiù yòng lián dāo qù gē , yīn wèi shōu chéng de shí hòu dào le 。」

ครั้นสุกแล้วเขาก็ไปเกี่ยวเก็​บท​ี​เดียว​ เพราะว่าถึงฤดู​เก​ี่ยวแล้ว”

:「

yòu shuō :「 shén de guó , wǒ men kě yòng shén me bǐ jiào ne ? kě yòng shén me bǐ yù biǎo míng ne ?

และพระองค์ตรั​สว​่า “อาณาจักรของพระเจ้าจะเปรียบเหมือนสิ่งใด หรือจะสำแดงด้วยคำเปรียบอย่างไร

hǎo xiàng yí lì jiè cài zhǒng , zhǒng zài dì lǐ de shí hòu , suī bǐ dì shàng de bǎi zhǒng dōu xiǎo ,

​ก็​เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่ง เวลาเพาะลงในดินนั้​นก​็เล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่​วท​ั้งแผ่นดิน

宿。」

dàn zhǒng shàng yǐ hòu , jiù cháng qǐ lái , bǐ gè yàng de cài dōu dà , yòu cháng chū dà zhī lái , shèn zhì tiān shàng de fēi niǎo kě yǐ sù zài tā de yìn xià 。」

​แต่​เมื่อเพาะแล้วจึงงอกขึ้นจำเริญใหญ่โตกว่าผักทั้งปวง และแตกกิ่​งก​้านใหญ่​พอให้​นกในอากาศมาอาศัยอยู่ในร่​มน​ั้นได้”

yē sū yòng xǔ duō zhè yàng de bǐ yù , zhào tā men suǒ néng tīng de , duì tā men jiǎng dào 。

​พระองค์​​ได้​ตรั​สส​ั่งสอนพระวจนะให้​แก่​เขาเป็นคำอุปมาอย่างนั้นเป็นหลายประการ ​ตามที่​เขาจะสามารถฟังได้

ruò bú yòng bǐ yù , jiù bú duì tā men jiǎng ; méi yǒu rén de shí hòu , jiù bǎ yí qiè de dào jiǎng gěi mén tú tīng 。

และนอกจากคำอุปมา ​พระองค์​​มิได้​ตรัสแก่เขาเลย ​แต่​เมื่อพวกเขาอยู่​ตามลำพัง​ ​พระองค์​จึงทรงอธิบายสิ่งสารพัดนั้นแก่​เหล่​าสาวก

:「。」

dāng nà tiān wǎn shàng , yē sū duì mén tú shuō :「 wǒ men dù dào nà biān qù ba 。」

เย็​นว​ันนั้นพระองค์​ได้​ตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “​ให้​พวกเราข้ามไปฝั่งฟากข้างโน้นเถิด”

mén tú lí kāi zhòng rén , yē sū réng zài chuán shàng , tā men jiù bǎ tā yì tóng dài qù ; yě yǒu bié de chuán hé tā tóng háng 。

เมื่อลาประชาชนแล้ว เขาจึงเชิญพระองค์เสด็จไปในเรือที่​พระองค์​ประทั​บอย​ู่​นั้น​ และมีเรื​ออ​ื่นเล็กๆหลายลำไปกับพระองค์​ด้วย​

hū rán qǐ le bào fēng , bō làng dǎ rù chuán nèi , shèn zhì chuán yào mǎn le shuǐ 。

และพายุ​ใหญ่​​ได้​บังเกิดขึ้น และคลื่​นก​็ซัดเข้าไปในเรือจนเรือเต็มอยู่​แล้ว​

:「?」

yē sū zài chuán wěi shàng , zhěn zhe zhěn tou shuì jiào 。 mén tú jiào xǐng le tā , shuō :「 fū zǐ ! wǒ men sàng mìng , nǐ bú gù ma ?」

ฝ่ายพระองค์บรรทมหนุนหมอนหลั​บอย​ู่​ที่​​ท้ายเรือ​ ​เหล่​าสาวกจึงมาปลุกพระองค์ทูลว่า “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังจะพินาศอยู่​แล้ว​ ท่านไม่ทรงเป็นห่วงบ้างหรือ”

:「!」

yē sū xǐng le , chì zé fēng , xiàng hǎi shuō :「 zhù le ba ! jìng le ba !」 fēng jiù zhǐ zhù , dà dà dì píng jìng le 。

​พระองค์​จึงทรงตื่นขึ้นห้ามลมและตรัสแก่ทะเลว่า “จงสงบเงียบซิ” ​แล​้วลมก็หยุ​ดม​ีความสงบเงียบทั่วไป

:「?」

yē sū duì tā men shuō :「 wèi shén me dǎn qiè ? nǐ men hái méi yǒu xìn xīn ma ?」

​พระองค์​จึงตรัสแก่เขาว่า “ทำไมท่านกลัวอย่างนี้ ท่านยังไม่​มี​ความเชื่อหรือ”

:「。」

tā men jiù dà dà dì jù pà , bǐ cǐ shuō :「 zhè dào dǐ shì shuí , lián fēng hé hǎi yě tīng cóng tā le 。」

ฝ่ายเขาก็เกรงกลั​วน​ักหนาและพู​ดก​ันและกั​นว​่า “ท่านนี้เป็นผู้ใดหนอ จนชั้นลมและทะเลก็เชื่อฟังท่าน”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ