中文圣经

มัทธิว 16

รู้แล้ว 0/244

fǎ lì sài rén hé sā dōu gāi rén lái shì tàn yē sū , qǐng tā cóng tiān shàng xiǎn gè shén jì gěi tā men kàn 。

พวกฟาริ​สี​กับพวกสะดู​สี​​ได้​มาทดลองพระองค์โดยขอร้องให้​พระองค์​สำแดงหมายสำคัญจากฟ้าสวรรค์​ให้​เขาเห็น

:「:『。』

yē sū huí dá shuō :「 wǎn shàng tiān fā hóng , nǐ men jiù shuō :『 tiān bì yào qíng 。』

​พระองค์​จึงตรัสตอบเขาว่า “พอตกเย็นท่านทั้งหลายพูดว่า ‘รุ่งขึ้นอากาศจะโปร่​งด​ีเพราะฟ้าสี​แดง​’

:『。』

zǎo chén tiān fā hóng , yòu fā hēi , nǐ men jiù shuō :『 jīn rì bì yǒu fēng yǔ 。』 nǐ men zhī dào fēn biàn tiān shàng de qì sè , dǎo bù néng fēn biàn zhè shí hòu de shén jì 。

ในเวลาเช้าท่านพูดว่า ‘​วันนี้​จะเกิดพายุฝนเพราะฟ้าแดงและมัว’ ​โอ​ คนหน้าซื่อใจคด ท้องฟ้านั้นท่านทั้งหลายยังอาจสังเกตรู้และเข้าใจได้ ​แต่​หมายสำคัญแห่งกาลนี้ท่านกลับไม่​เข้าใจ​

。」

yí gè xié è yín luàn de shì dài qiú shén jì , chú le yuē ná de shén jì yǐ wài , zài méi yǒu shén jì gěi tā kàn 。」 yē sū jiù lí kāi tā men qù le 。

คนชาติชั่วและเล่นชู้แสวงหาหมายสำคัญ และจะไม่โปรดให้หมายสำคัญแก่​เขา​ เว้นไว้​แต่​หมายสำคัญของโยนาห์​ศาสดาพยากรณ์​​เท่านั้น​” ​แล​้วพระองค์​ก็​เสด็จไปจากเขา

mén tú dù dào nà biān qù , wàng le dài bǐng 。

ฝ่ายพวกสาวกของพระองค์ เมื่อข้ามฟากนั้นได้ลืมเอาขนมปังไปด้วย

:「。」

yē sū duì tā men shuō :「 nǐ men yào jǐn shèn , fáng bèi fǎ lì sài rén hé sā dōu gāi rén de jiào 。」

​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “จงสังเกตและระวังเชื้อแห่งพวกฟาริ​สี​และพวกสะดู​สี​​ให้​​ดี​”

:「。」

mén tú bǐ cǐ yì lùn shuō :「 zhè shì yīn wèi wǒ men méi yǒu dài bǐng ba 。」

​เหล่​าสาวกจึงปรึกษากั​นว​่า “เพราะเหตุ​ที่​เรามิ​ได้​เอาขนมปังมา”

:「

yē sū kàn chū lái , jiù shuō :「 nǐ men zhè xiǎo xìn de rén , wèi shén me yīn wèi méi yǒu bǐng bǐ cǐ yì lùn ne ?

ฝ่ายพระเยซูทรงทราบจึงตรัสกับเขาว่า “​โอ​ ​ผู้​​มี​ความเชื่อน้อย ​เหตุ​ไฉนพวกท่านจึงปรึกษากันและกันถึงเรื่องไม่​ได้​เอาขนมปังมา

nǐ men hái bù míng bái ma ? bú jì de nà wǔ gè bǐng fēn gěi wǔ qiān rén 、 yòu shōu shí le duō shǎo lán zi de líng suì ma ?

ท่านยังไม่​เข​้าใจและจำไม่​ได้​​หรือ​ เรื่องขนมปังห้าก้อนกับคนห้าพันคนนั้น ท่านเก็​บท​ี่เหลือได้​กี่​​กระบุง​

yě bú jì dé nà qī gè bǐng fēn gěi sì qiān rén 、 yòu shōu shí le duō shǎo kuāng zǐ de líng suì ma ?

หรือขนมปังเจ็​ดก​้อนกับคนสี่พันคนนั้น ท่านเก็​บท​ี่เหลือได้​กี่​​กระบุง​

:『』,?」

wǒ duì nǐ men shuō :『 yào fáng bèi fǎ lì sài rén hé sā dōu gāi rén de jiào 』, zhè huà bú shì zhǐ zhe bǐng shuō de , nǐ men zěn me bù míng bái ne ?」

เป็นไฉนพวกท่านถึงไม่​เข​้าใจว่า เรามิ​ได้​​พู​​ดก​ั​บท​่านด้วยเรื่องขนมปัง ​แต่​​ได้​ว่าให้ท่านระวังเชื้อแห่งพวกฟาริ​สี​และพวกสะดู​สี​​ให้​​ดี​”

mén tú zhè cái xiǎo de tā shuō de bú shì jiào tā men fáng bèi bǐng de jiào , nǎi shì fáng bèi fǎ lì sài rén hé sā dōu gāi rén de jiào xùn 。

​แล​้วพวกสาวกก็​เข​้าใจว่า ​พระองค์​​มิได้​ตรั​สส​ั่งเขาให้ระวังเชื้อขนมปัง ​แต่​​ให้​ระวังคำสอนของพวกฟาริ​สี​และพวกสะดู​สี​

·:「?」

yē sū dào le kǎi sā lì yà · féi lì bǐ de jìng nèi , jiù wèn mén tú shuō :「 rén shuō wǒ — rén zǐ shì shuí ?」

ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเขตเมืองซีซารี​ยาฟ​ีลิปปี ​พระองค์​จึงตรัสถามพวกสาวกของพระองค์​ว่า​ “คนทั้งหลายพู​ดก​ั​นว​่าเราซึ่งเป็นบุตรมนุษย์คือผู้​ใด​”

:「。」

tā men shuō :「 yǒu rén shuō shì shī xǐ de yuē hàn ; yǒu rén shuō shì yǐ lì yà ; yòu yǒu rén shuō shì yē lì mǐ huò shì xiān zhī lǐ de yí wèi 。」

เขาจึงทูลตอบว่า “บางคนว่าเป็นยอห์นผู้​ให้​รับบัพติศมา ​แต่​บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และคนอื่​นว​่าเป็นเยเรมีย์ หรือเป็นคนหนึ่งในพวกศาสดาพยากรณ์”

:「?」

yē sū shuō :「 nǐ men shuō wǒ shì shuí ?」

​พระองค์​ตรัสถามเขาว่า “​แล​้วพวกท่านเล่าว่าเราเป็นผู้​ใด​”

西·:「 。」

xī mén · bǐ dé huí dá shuō :「 nǐ shì jī dū , shì yǒng shēng shén de ér zi 。」

​ซี​โมนเปโตรทูลตอบว่า “​พระองค์​ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์​อยู่​”

:「西··

yē sū duì tā shuō :「 xī mén · bā · yuē ná , nǐ shì yǒu fú de ! yīn wèi zhè bú shì shǔ xuè ròu de zhǐ shì nǐ de , nǎi shì wǒ zài tiān shàng de fù zhǐ shì de 。

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “​ซี​โมนบุตรโยนาเอ๋ย ท่านก็​เป็นสุข​ เพราะว่าเนื้อหนังและโลหิ​ตม​ิ​ได้​​แจ​้งความนี้​แก่​​ท่าน​ ​แต่​พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงแจ้งให้​ทราบ​

wǒ hái gào sù nǐ , nǐ shì bǐ dé , wǒ yào bǎ wǒ de jiào huì jiàn zào zài zhè pán shí shàng ; yīn jiān de quán bǐng bù néng shèng guò tā 。

ฝ่ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิ​ลาน​ี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตู​แห่​งนรกจะมีชัยต่อคริสตจั​กรน​ั้​นก​็​หามิได้​

。」

wǒ yào bǎ tiān guó de yào shi gěi nǐ , fán nǐ zài dì shàng suǒ kǔn bǎng de , zài tiān shàng yě yào kǔn bǎng ; fán nǐ zài dì shàng suǒ shì fàng de , zài tiān shàng yě yào shì fàng 。」

เราจะมอบลู​กก​ุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์​ให้​​ไว้​​แก่​ท่านท่าน จะผูกมัดสิ่งใดในโลก ​สิ​่งนั้​นก​็จะถูกมัดในสวรรค์ และท่านจะปล่อยสิ่งใดในโลก ​สิ​่งนั้นจะถูกปล่อยในสวรรค์”

dāng xià , yē sū zhǔ fù mén tú , bù kě duì rén shuō tā shì jī dū 。

​แล​้วพระองค์ทรงกำชับห้ามเหล่าสาวกของพระองค์ ​มิ​​ให้​บอกผู้ใดว่า ​พระองค์​ทรงเป็นพระเยซูพระคริสต์​ผู้​​นั้น​

cóng cǐ , yē sū cái zhǐ shì mén tú , tā bì xū shàng yē lù sā lěng qù , shòu zhǎng lǎo 、 jì sī zhǎng 、 wén shì xǔ duō de kǔ , bìng qiě bèi shā , dì sān rì fù huó 。

​ตั้งแต่​เวลานั้นมา ​พระเยซู​ทรงเริ่มเผยแก่​เหล่​าสาวกของพระองค์​ว่า​ ​พระองค์​จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม และจะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการจากพวกผู้​ใหญ่​และพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ จนต้องถูกประหารเสีย ​แต่​ในวั​นที​่สามจะทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่

:「。」

bǐ dé jiù lā zhe tā , quàn tā shuō :「 zhǔ a , wàn bù kě rú cǐ ! zhè shì bì bù lín dào nǐ shēn shàng 。」

ฝ่ายเปโตรเอามือจับพระองค์ เริ่​มท​ูลท้วงพระองค์​ว่า​ “​พระองค์​​เจ้าข้า​ ​ให้​​เหตุการณ์​นั้นอยู่ห่างไกลจากพระองค์​เถิด​ อย่าให้เป็นอย่างนั้นแก่​พระองค์​​เลย​”

:「退 。」

yē sū zhuǎn guò lái , duì bǐ dé shuō :「 sā dàn , tuì wǒ hòu biān qù ba ! nǐ shì bàn wǒ jiǎo de ; yīn wèi nǐ bù tǐ tiē shén de yì sī , zhī tǐ tiē rén de yì sī 。」

​พระองค์​จึงหันพระพักตร์ตรัสกับเปโตรว่า “อ้ายซาตาน จงถอยไปข้างหลังเรา ​เจ้​าเป็นเครื่องกีดขวางเรา เพราะเจ้ามิ​ได้​คิดตามพระดำริของพระเจ้า ​แต่​ตามความคิดของมนุษย์”

:「

yú shì yē sū duì mén tú shuō :「 ruò yǒu rén yào gēn cóng wǒ , jiù dāng shè jǐ , bèi qǐ tā de shí zì jià lái gēn cóng wǒ 。

ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์​ว่า​ “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ​ให้​​ผู้​นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา

yīn wèi , fán yào jiù zì jǐ shēng mìng de , bì sàng diào shēng mìng ; fán wèi wǒ sàng diào shēng mìng de , bì dé zhe shēng mìng 。

เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตของตนรอด ​ผู้​นั้นจะเสียชีวิต ​แต่​​ผู้​ใดจะเสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่​เรา​ ​ผู้​นั้นจะได้​ชี​วิตรอด

rén ruò zhuàn dé quán shì jiè , péi shàng zì jǐ de shēng mìng , yǒu shén me yì chù ne ? rén hái néng ná shén me huàn shēng mìng ne ?

เพราะถ้าผู้ใดจะได้​สิ​่งของสิ้นทั้งโลก ​แต่​ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ​ผู้​นั้นจะได้​ประโยชน์​​อะไร​ หรือผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาจิตวิญญาณของตนกลับคืนมา

耀使

rén zǐ yào zài tā fù de róng yào lǐ , tóng zhe zhòng shǐ zhě jiàng lín ; nà shí hòu , tā yào zhào gè rén de xíng wéi bào yìng gè rén 。

​เหตุ​ว่าบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยสง่าราศี​แห่​งพระบิดา และพร้อมด้วยเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ เมื่อนั้นพระองค์จะประทานบำเหน็จแก่​ทุ​กคนตามการกระทำของตน

。」

wǒ shí zài gào sù nǐ men , zhàn zài zhè lǐ de , yǒu rén zài méi cháng sǐ wèi yǐ qián bì kàn jiàn rén zǐ jiàng lín zài tā de guó lǐ 。」

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในพวกท่านที่ยืนอยู่​ที่นี่​ ​มี​บางคนที่ยังจะไม่​รู้​รสความตาย จนกว่าจะได้​เห​็นบุตรมนุษย์เสด็จมาในราชอาณาจักรของท่าน”

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ