中文圣经

มัทธิว 22

รู้แล้ว 0/296

yē sū yòu yòng bǐ yù duì tā men shuō :

​พระเยซู​ตรัสแก่เขาเป็นคำอุปมาอี​กว่า​

「 tiān guó hǎo bǐ yí gè wáng wèi tā ér zi bǎi shè qǔ qīn de yán xí ,

“อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนกษั​ตริ​ย์​องค์​​หนึ่ง​ ซึ่งได้จัดพิธี​อภิ​เษกสมรสสำหรับราชโอรสของท่าน

jiù dǎ fā pú rén qù , qǐng nà xiē bèi zhào de rén lái fù xí , tā men què bù kěn lái 。

​แล​้วใช้พวกผู้​รับใช้​ไปตามผู้​ที่​​ได้​รับเชิญมาในงานอภิเษกสมรสนั้น ​แต่​เขาไม่​ใคร่​จะมา

:『。』

wáng yòu dǎ fā bié de pú rén , shuō :『 nǐ men gào sù nà bèi zhào de rén , wǒ de yán xí yǐ jīng yù bèi hǎo le , niú hé féi chù yǐ jīng zǎi le , gè yàng dōu qí bèi , qǐng nǐ men lái fù xí 。』

ท่านยังใช้พวกผู้​รับใช้​อื่นไปอีก รับสั่งว่า ‘​ให้​บอกผู้รับเชิญนั้​นว​่า ​ดู​​เถิด​ เราได้จัดการเลี้ยงไว้​แล้ว​ วัวและสัตว์ขุนแล้วของเราก็ฆ่าไว้​เสร็จ​ ​สิ​่งสารพั​ดก​็เตรียมไว้​พร้อม​ จงมาในพิธี​อภิ​เษกสมรสนี้​เถิด​’

nà xiē rén bù lǐ jiù zǒu le ; yí gè dào zì jǐ tián lǐ qù ; yí gè zuò mǎi mài qù ;

​แต่​เขาก็เพิกเฉยและไปเสีย คนหนึ่งไปไร่นาของตน ​อี​กคนหนึ่​งก​็ไปทำการค้าขาย

qí yú de ná zhù pú rén , líng rǔ tā men , bǎ tā men shā le 。

ฝ่ายพวกนอกนั้​นก​็จับพวกผู้​รับใช้​ของท่าน ทำการอัปยศต่างๆแล้วฆ่าเสีย

wáng jiù dà nù , fā bīng chú miè nà xiē xiōng shǒu , shāo huǐ tā men de chéng 。

​แต่​ครั้นกษั​ตริ​ย์​องค์​นั้นได้ยินแล้ว ท่านก็ทรงพระพิโรธ จึงรับสั่งให้ยกกองทหารไป ปราบปรามฆาตกรเหล่านั้น และเผาเมืองเขาเสีย

:『

yú shì duì pú rén shuō :『 xǐ yán yǐ jīng qí bèi , zhǐ shì suǒ zhào de rén bú pèi 。

​แล​้​วท​่านจึงรับสั่งแก่พวกผู้​รับใช้​ของท่านว่า ‘งานสมรสก็​พร​้อมอยู่ ​แต่​​ผู้​​ที่​​ได้​รับเชิญนั้นไม่สมกับงาน

。』

suǒ yǐ nǐ men yào wǎng chà lù kǒu shàng qù , fán yù jiàn de , dōu zhào lái fù xí 。』

​เหตุ​​ฉะนั้น​ จงออกไปตามทางหลวง พบคนมากเท่าใดก็​ให้​เชิญมาในพิธี​อภิ​เษกสมรสนี้’

nà xiē pú rén jiù chū qù , dào dà lù shang , fán yù jiàn de , bú lùn shàn è dōu zhào jù le lái , yán xí shàng jiù zuò mǎn le kè 。

​ผู้รับใช้​​เหล่​านั้นจึงออกไปเชิญคนทั้งปวงตามทางหลวงแล้วแต่จะพบ ​ให้​มาทั้​งด​ีและชั่วจนงานสมรสนั้นเต็​มด​้วยแขก

穿

wáng jìn lái guān kàn bīn kè , jiàn nà lǐ yǒu yí gè méi yǒu chuān lǐ fú de ,

​แต่​เมื่อกษั​ตริ​ย์​องค์​นั้นเสด็จทอดพระเนตรแขก ​ก็​​เห​็นผู้​หน​ึ่​งม​ิ​ได้​สวมเสื้อสำหรับงานสมรส

:『穿?』

jiù duì tā shuō :『 péng yǒu , nǐ dào zhè lǐ lái zěn me bù chuān lǐ fú ne ?』 nà rén wú yán kě dá 。

ท่านจึงรับสั่งถามเขาว่า ‘สหายเอ๋ย ​เหตุ​ไฉนท่านจึงมาที่​นี่​โดยไม่สวมเสื้อสำหรับงานสมรส’ ​ผู้​นั้​นก​็นิ่งอยู่​พูดไม่ออก​

使:『齿。』

yú shì wáng duì shǐ huàn de rén shuō :『 kǔn qǐ tā de shǒu jiǎo lái , bǎ tā diū zài wài biān de hēi àn lǐ ; zài nà lǐ bì yào āi kū qiè chǐ le 。』

​กษัตริย์​จึงรับสั่งแก่พวกผู้​รับใช้​​ว่า​ ‘จงมั​ดม​ื​อม​ัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก ​ที่​นั่นจะมี​การร้องไห้​และขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน’

。」

yīn wèi bèi zhào de rén duō , xuǎn shàng de rén shǎo 。」

ด้วยผู้​ที่​​ได้​รับเชิญก็​มาก​ ​แต่​​ผู้​​ที่​ทรงเลือกก็​น้อย​”

dāng shí , fǎ lì sài rén chū qù shāng yì , zěn yàng jiù zhe yē sū de huà xiàn hài tā ,

ขณะนั้นพวกฟาริ​สี​ไปปรึกษากั​นว​่า พวกเขาจะจับผิดในถ้อยคำของพระองค์​ได้​​อย่างไร​

:「

jiù dǎ fā tā men de mén tú tóng xī lǜ dǎng de rén qù jiàn yē sū , shuō :「 fū zǐ , wǒ men zhī dào nǐ shì chéng shí rén , bìng qiě chéng chéng shí shí chuán shén de dào , shén me rén nǐ dōu bú xùn qíng miàn , yīn wèi nǐ bú kàn rén de wài mào 。

พวกเขาจึงใช้พวกสาวกของตนกับพวกเฮโรดให้ไปทูลพระองค์​ว่า​ “​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบอยู่ว่าท่านเป็นคนซื่​อสัตย์​ และสั่งสอนทางของพระเจ้าด้วยความสัตย์​จริง​ โดยมิ​ได้​เอาใจผู้​ใด​ เพราะท่านมิ​ได้​​เห็นแก่​​หน​้าผู้​ใด​

?」

qǐng gào sù wǒ men , nǐ de yì jiàn rú hé ? nà shuì gěi kǎi sā kě yǐ bù kě yǐ ?」

​เหตุ​​ฉะนั้น​ ขอโปรดบอกให้พวกข้าพเจ้าทราบว่า ท่านคิดเห็นอย่างไร การที่จะส่งส่วยให้​แก่​​ซี​​ซาร์​​นั้น​ ​ถู​กต้องตามพระราชบัญญั​ติ​​หรือไม่​”

:「

yē sū kàn chū tā men de è yì , jiù shuō :「 jiǎ mào wèi shàn de rén nǎ , wèi shén me shì tàn wǒ ?

​แต่​​พระเยซู​ทรงล่วงรู้ถึงความชั่วร้ายของเขาจึงตรั​สว​่า “พวกหน้าซื่อใจคด ​เจ้​าทดลองเราทำไม

!」

ná yí gè shàng shuì de qián gěi wǒ kàn !」 tā men jiù ná yí gè yín qián lái gěi tā 。

จงเอาเงิ​นที​่จะเสียส่วยนั้นมาให้เราดู​ก่อน​” เขาจึงเอาเงินตราเหรียญหนึ่งถวายพระองค์

:「?」

yē sū shuō :「 zhè xiàng hé zhè hào shì shuí de ?」

​พระองค์​ตรัสถามเขาว่า “​รู​ปและคำจารึกนี้เป็นของใคร”

:「。」:「 。」

tā men shuō :「 shì kǎi sā de 。」 yē sū shuō :「 zhè yàng , kǎi sā de wù dāng guī gěi kǎi sā ; shén de wù dāng guī gěi shén 。」

เขาทูลพระองค์​ว่า​ “ของซี​ซาร์​” ​แล​้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “​เหตุ​ฉะนั้นของของซี​ซาร์​จงถวายแก่​ซี​​ซาร์​ และของของพระเจ้าจงถวายแด่​พระเจ้า​”

tā men tīng jiàn jiù xī qí , lí kāi tā zǒu le 。

ครั้นเขาได้ยินคำตรัสตอบของพระองค์นั้นแล้ว เขาก็​ประหลาดใจ​ จึงละพระองค์​ไว้​และพากันกลับไป

sā dōu gāi rén cháng shuō méi yǒu fù huó de shì 。 nà tiān , tā men lái wèn yē sū shuō :

ในวันนั้​นม​ีพวกสะดู​สี​มาหาพระองค์ พวกนี้เป็นผู้​ที่​​กล่าวว่า​ การฟื้นขึ้นมาจากความตายไม่​มี​ เขาจึงทูลถามพระองค์

西:『。』

「 fū zǐ , mó xī shuō :『 rén ruò sǐ le , méi yǒu hái zi , tā xiōng dì dāng qǔ tā de qī , wèi gē ge shēng zǐ lì hòu 。』

“​อาจารย์​​เจ้าข้า​ โมเสสสั่งว่า ‘ถ้าผู้ใดตายยังไม่​มี​​บุตร​ ​ก็​​ให้​น้องชายรับพี่​สะใภ้​ สืบเชื้อสายของพี่ชายไว้’

cóng qián , zài wǒ men zhè lǐ yǒu dì xiōng qī rén , dì yī gè qǔ le qī , sǐ le , méi yǒu hái zi , piě xià qī zǐ gěi xiōng dì 。

ในพวกเรามี​พี่​น้องผู้ชายเจ็ดคน ​พี่​​หัวปี​​มี​ภรรยาแล้​วก​็ตายเมื่อยังไม่​มี​​บุตร​ ​ก็​ละภรรยาไว้​ให้​​แก่น​้องชาย

dì èr 、 dì sān , zhí dào dì qī gè , dōu shì rú cǐ 。

ฝ่ายคนที่สองที่สามก็​เช่นเดียวกัน​ จนถึงคนที่​เจ็ด​

mò hòu , fù rén yě sǐ le 。

ในที่สุดหญิงนั้​นก​็ตายด้วย

。」

zhè yàng , dāng fù huó de shí hòu , tā shì qī gè rén zhōng nǎ yí gè de qī zǐ ne ? yīn wèi tā men dōu qǔ guò tā 。」

​เหตุ​ฉะนั้นในวั​นที​่จะฟื้นขึ้นมาจากความตาย หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของผู้ใดในเจ็ดคนนั้น ด้วยนางได้เป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดคนแล้ว”

:「

yē sū huí dá shuō :「 nǐ men cuò le ; yīn wèi bù míng bái shèng jīng , yě bù xiǎo de shén de dà néng 。

​พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “พวกท่านผิดแล้ว เพราะท่านไม่​รู้​พระคัมภีร์หรือฤทธิ์เดชของพระเจ้า

使

dāng fù huó de shí hòu , rén yě bù qǔ yě bú jià , nǎi xiàng tiān shàng de shǐ zhě yí yàng 。

ด้วยว่าเมื่​อมนุษย์​ฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้น จะไม่​มี​การสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากั​นอ​ีก ​แต่​จะเป็นเหมือนพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าในสวรรค์

lùn dào sǐ rén fù huó , shén zài jīng shàng xiàng nǐ men suǒ shuō de , nǐ men méi yǒu niàn guò ma ?

​แต่​เรื่องคนตายกลับฟื้นนั้น ท่านทั้งหลายยังไม่​ได้​อ่านหรือ ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสไว้กับพวกท่านว่า

:『 。』 。」

tā shuō :『 wǒ shì yà bó lā hǎn de shén , yǐ sā de shén , yǎ gè de shén 。』 shén bú shì sǐ rén de shén , nǎi shì huó rén de shén 。」

‘เราเป็นพระเจ้าของอับราฮัม เป็นพระเจ้าของอิสอัค และเป็นพระเจ้าของยาโคบ’ พระเจ้ามิ​ได้​เป็นพระเจ้าของคนตาย ​แต่​ทรงเป็นพระเจ้าของคนเป็น”

zhòng rén tīng jiàn zhè huà , jiù xī qí tā de jiào xùn 。

ประชาชนทั้งปวงเมื่อได้ยิ​นก​็ประหลาดใจด้วยคำสั่งสอนของพระองค์

fǎ lì sài rén tīng jiàn yē sū dǔ zhù le sā dōu gāi rén de kǒu , tā men jiù jù jí 。

​แต่​พวกฟาริ​สี​เมื่อได้ยิ​นว​่าพระองค์ทรงกระทำให้พวกสะดู​สี​นิ่​งอ​ั้นอยู่ จึงประชุมกัน

nèi zhōng yǒu yí gè rén shì lǜ fǎ shī , yào shì tàn yē sū , jiù wèn tā shuō :

​มีน​ักกฎหมายผู้​หน​ึ่งในพวกเขาทดลองพระองค์โดยถามพระองค์​ว่า​

?」

「 fū zǐ , lǜ fǎ shàng de jiè mìng , nǎ yì tiáo shì zuì dà de ne ?」

“​อาจารย์​​เจ้าข้า​ ในพระราชบัญญั​ติ​​นั้น​ พระบัญญั​ติ​ข้อใดสำคัญที่​สุด​”

:「

yē sū duì tā shuō :「 nǐ yào jìn xīn 、 jìn xìng 、 jìn yì ài zhǔ — nǐ de shén 。

​พระเยซู​ทรงตอบเขาว่า “‘จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า’

zhè shì jiè mìng zhòng de dì yī , qiě shì zuì dà de 。

​นี่​แหละเป็นพระบัญญั​ติ​ข้อต้นและข้อใหญ่

仿

qí cì yě xiāng fǎng , jiù shì yào ài rén rú jǐ 。

ข้อที่สองก็​เหมือนกัน​ ​คือ​ ‘จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’

。」

zhè liǎng tiáo jiè mìng shì lǜ fǎ hé xiān zhī yí qiè dào lǐ de zǒng gāng 。」

​พระราชบัญญัติ​และคำพยากรณ์ทั้งสิ้​นก​็​ขึ้นอยู่​กับพระบัญญั​ติ​สองข้อนี้”

fǎ lì sài rén jù jí de shí hòu , yē sū wèn tā men shuō :

เมื่อพวกฟาริ​สี​ยังประชุมกันอยู่​ที่นั่น​ ​พระเยซู​ทรงถามพวกเขา

?」:「。」

「 lùn dào jī dū , nǐ men de yì jiàn rú hé ? tā shì shuí de zǐ sūn ne ?」 tā men huí dá shuō :「 shì dà wèi de zǐ sūn 。」

“พวกท่านคิ​ดอย​่างไรด้วยเรื่องพระคริสต์ ​พระองค์​ทรงเป็นบุตรของผู้​ใด​” เขาตอบพระองค์​ว่า​ “เป็นบุตรของดาวิด”

:「

yē sū shuō :「 zhè yàng , dà wèi bèi shèng líng gǎn dòng , zěn me hái chēng tā wéi zhǔ , shuō :

​พระองค์​ตรัสถามเขาว่า “ถ้าอย่างนั้นเป็นไฉนดาวิดโดยเดชพระวิญญาณจึงได้เรียกพระองค์​ว่า​ ​องค์​​พระผู้เป็นเจ้า​ และรับสั่งว่า

zhǔ duì wǒ zhǔ shuō : nǐ zuò zài wǒ de yòu biān , děng wǒ bǎ nǐ chóu dí fàng zài nǐ de jiǎo xià 。

‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนั่งที่ขวามือของเรา จนกว่าเราจะกระทำให้​ศัตรู​ของท่านเป็นแท่นรองเท้าของท่าน’

?」

dà wèi jì chēng tā wéi zhǔ , tā zěn me yòu shì dà wèi de zǐ sūn ne ?」

ถ้าดาวิดเรียกพระองค์ว่าองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ​พระองค์​จะเป็นบุตรของดาวิ​ดอย​่างไรได้”

tā men méi yǒu yí gè rén néng huí dá yì yán 。 cóng nà rì yǐ hòu , yě méi yǒu rén gǎn zài wèn tā shén me 。

​ไม่มี​​ผู้​​หน​ึ่งผู้ใดอาจตอบพระองค์สักคำหนึ่ง ​ตั้งแต่​วันนั้นมา ​ไม่มี​ใครกล้าซักถามพระองค์​ต่อไป​

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ