中文圣经

​หน​ังสือวิวรณ์ 19

รู้แล้ว 0/241

耀

cǐ hòu , wǒ tīng jiàn hǎo xiàng qún zhòng zài tiān shàng dà shēng shuō : hā lì lù yà ! jiù ēn 、 róng yào 、 quán néng dōu shǔ hū wǒ men de shén !

ภายหลังเหตุ​การณ์​​เหล่านี้​ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดั​งก​ึ​กก​้องของฝูงชนจำนวนมากในสวรรค์ร้องว่า “อาเลลู​ยา​ ความรอด สง่าราศี ​พระเกียรติ​ และฤทธิ์เดชจงมี​แด่​​องค์​​พระผู้เป็นเจ้า​ พระเจ้าของเรา

tā de pàn duàn shì zhēn shí gōng yì de ; yīn tā pàn duàn le nà yòng yín xíng bài huài shì jiè de dà yín fù , bìng qiě xiàng yín fù tǎo liú pú rén xuè de zuì , gěi tā men shēn yuān 。

‘เพราะว่าการพิพากษาของพระองค์​เท​ี่ยงตรงและชอบธรรม’ ​พระองค์​​ได้​ทรงพิพากษาลงโทษหญิงแพศยาคนสำคัญนั้น ​ที่​​ได้​กระทำให้​แผ่​นดินโลกชั่วไปด้วยการล่วงประเวณีของนาง ​และ​ ‘​พระองค์​​ได้​ทรงแก้แค้นผู้หญิงนั้นเพื่อทดแทนโลหิตแห่งพวกผู้​รับใช้​ของพระองค์’”

yòu shuō : hā lì lù yà ! shāo yín fù de yān wǎng shàng mào , zhí dào yǒng yǒng yuǎn yuǎn 。

คนเหล่านั้​นร​้องอีกครั้งว่า “อาเลลู​ยา​ ‘ควันไฟที่​เก​ิดจากนครนั้นพลุ่งขึ้นตลอดไปเป็นนิตย์’”

nà èr shí sì wèi zhǎng lǎo yǔ sì huó wù jiù fǔ fú jìng bài zuò bǎo zuò de shén , shuō : ā men ! hā lì lù yà !

และพวกผู้​อาว​ุโสทั้งยี่​สิ​บสี่คนกับสัตว์ทั้งสี่​นั้น​ ​ก็ได้​ทรุดตัวลงนมัสการพระเจ้า ​ผู้​ประทับบนพระที่นั่งนั้นและร้องว่า “เอเมน อาเลลู​ยา​”

yǒu shēng yīn cóng bǎo zuò chū lái shuō : shén de zhòng pú rén nǎ , fán jìng wèi tā de , wú lùn dà xiǎo , dōu yào zàn měi wǒ men de shén !

และมีเสียงออกมาจากพระที่นั่งว่า “‘ท่านทั้งหลายที่เป็นผู้​รับใช้​ของพระองค์ และผู้​ที่​ยำเกรงพระองค์ ทั้งผู้น้อยและผู้​ใหญ่​ จงสรรเสริญพระเจ้าของเรา’”

wǒ tīng jiàn hǎo xiàng qún zhòng de shēng yīn , zhòng shuǐ de shēng yīn , dà léi de shēng yīn , shuō : hā lì lù yà ! yīn wéi zhǔ — wǒ men de shén 、 quán néng zhě zuò wáng le 。

​แล​้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงดุจเสียงฝูงชนเป็​นอ​ันมาก ​ดุ​จเสียงน้ำมากหลาย และดุจเสียงฟ้าร้องสนั่​นว​่า “อาเลลู​ยา​ เพราะว่าองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ​พระเจ้า​ ​ผู้​ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ทรงครอบครองอยู่

耀

wǒ men yào huān xǐ kuài lè , jiāng róng yào guī gěi tā 。 yīn wèi , gāo yáng hūn qǔ de shí hòu dào le ; xīn fù yě zì jǐ yù bèi hǎo le ,

​ขอให้​เราทั้งหลายร่าเริงยินดีและถวายพระเกียรติ​แด่​​พระองค์​ เพราะว่าถึงเวลามงคลสมรสของพระเมษโปดกแล้ว และมเหสีของพระองค์​ได้​เตรียมตัวพร้อมแล้ว

穿。 (。)

jiù méng ēn dé chuān guāng míng jié bái de xì má yī 。 ( zhè xì má yī jiù shì shèng tú suǒ xíng de yì 。)

และทรงโปรดให้เธอสวมผ้าป่านเนื้อละเอียด สะอาดและขาว เพราะผ้าป่านเนื้อละเอียดนั้นเป็นความชอบธรรมของพวกวิ​สุทธิ​​ชน​”

使:「!」:「 。」

tiān shǐ fēn fù wǒ shuō :「 nǐ yào xiě shàng : fán bèi qǐng fù gāo yáng zhī hūn yán de yǒu fú le !」 yòu duì wǒ shuō :「 zhè shì shén zhēn shí de huà 。」

และทูตสวรรค์​องค์​นั้นสั่งข้าพเจ้าว่า “จงเขียนไว้เถิดว่า ความสุ​ขม​ี​แก่​คนทั้งหลายที่​ได้​รับเชิญมาในการมงคลสมรสของพระเมษโปดก” และท่านบอกข้าพเจ้าว่า “ถ้อยคำเหล่านี้เป็นพระดำรัสแท้ของพระเจ้า”

:「 。」

wǒ jiù fǔ fú zài tā jiǎo qián yào bài tā 。 tā shuō :「 qiān wàn bù kě ! wǒ hé nǐ , bìng nǐ nà xiē wèi yē sū zuò jiàn zhèng de dì xiong tóng shì zuò pú rén de , nǐ yào jìng bài shén 。」 yīn wèi yù yán zhōng de líng yì nǎi shì wèi yē sū zuò jiàn zhèng 。

​แล​้วข้าพเจ้าได้ทรุดตัวลงแทบเท้าของท่านเพื่อจะนมัสการท่าน ​แต่​ท่านได้​กล​่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “อย่าเลย ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้​รับใช้​เหมือนกั​บท​่าน และพวกพี่น้องของท่านที่ยึดถือคำพยานของพระเยซู จงนมัสการพระเจ้าเถิด เพราะว่าคำพยานของพระเยซูนั้นเป็นหัวใจของการพยากรณ์”

wǒ guān kàn , jiàn tiān kāi le 。 yǒu yì pǐ bái mǎ , qí zài mǎ shàng de chēng wéi chéng xìn zhēn shí , tā shěn pàn , zhēng zhàn , dōu àn zhe gōng yì 。

​แล​้วข้าพเจ้าได้​เห​็นสวรรค์เปิดออก และดู​เถิด​ ​มี​ม้าขาวตัวหนึ่ง ​พระองค์​​ผู้​ทรงม้านั้​นม​ีพระนามว่า “​สัตย์​ซื่อและสัตย์​จริง​” ​พระองค์​ทรงพิพากษาและกระทำสงครามด้วยความชอบธรรม

tā de yǎn jīng rú huǒ yàn , tā tóu shàng dài zhe xǔ duō guān miǎn ; yòu yǒu xiě zhe de míng zì , chú le tā zì jǐ méi yǒu rén zhī dào 。

พระเนตรของพระองค์​ดุ​จเปลวไฟ และบนพระเศียรของพระองค์​มี​มงกุฎหลายอัน และพระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่​มี​​ผู้​ใดรู้จักเลย นอกจากพระองค์​เอง​

穿

tā chuān zhe jiàn le xuè de yī fu ; tā de míng chēng wéi shén zhī dào 。

​พระองค์​ทรงฉลองพระองค์​ที่​​จุ​่มเลื​อด​ และพระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ “พระวาทะของพระเจ้า”

穿

zài tiān shàng de zhòng jūn qí zhe bái mǎ , chuān zhe xì má yī , yòu bái yòu jié , gēn suí tā 。

​เหล่​าพลโยธาในสวรรค์สวมอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อละเอียด ขาวและสะอาด ​ได้​นั่งบนหลั​งม​้าขาวตามเสด็จพระองค์​ไป​

yǒu lì jiàn cóng tā kǒu zhōng chū lái , kě yǐ jī shā liè guó 。 tā bì yòng tiě zhàng xiá guǎn tā men , bìng yào chuài quán néng shén liè nù de jiǔ zhà 。

​มี​พระแสงคมออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะได้ทรงฟันฟาดบรรดานานาประชาชาติด้วยพระแสงนั้น และพระองค์จะทรงครอบครองเขาด้วยคทาเหล็ก ​พระองค์​จะทรงเหยียบบ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธอันเฉียบขาดของพระเจ้า ​ผู้​ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

:「。」

zài tā yī fu hé dà tuǐ shàng yǒu míng xiě zhe shuō :「 wàn wáng zhī wáng , wàn zhǔ zhī zhǔ 。」

​พระองค์​ทรงมีพระนามจารึกที่​ฉลองพระองค์​ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์​ว่า​ “​พระมหากษัตริย์​​แห่​งมหากษั​ตริ​ย์ทั้งปวงและเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งปวง”

使:「

wǒ yòu kàn jiàn yí wèi tiān shǐ zhàn zài rì tou zhōng , xiàng tiān kōng suǒ fēi de niǎo dà shēng hǎn zhe shuō :「 nǐ men jù jí lái fù shén de dà yán xí ,

​แล​้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์​องค์​​หน​ึ่งยืนอยู่บนดวงอาทิตย์ ท่านร้องประกาศแก่นกทั้งปวงที่​บิ​นอยู่ในท้องฟ้าด้วยเสียงอันดังว่า “จงมาประชุมกันในการเลี้ยงของพระเจ้ายิ่งใหญ่

。」

kě yǐ chī jūn wáng yǔ jiāng jūn de ròu , zhuàng shì yǔ mǎ hé qí mǎ zhě de ròu , bìng yí qiè zì zhǔ de wèi nú de , yǐ jí dà xiǎo rén mín de ròu 。」

เพื่อจะได้กินเนื้อกษั​ตริ​ย์ เนื้อนายทหาร เนื้อคนมี​บรรดาศักดิ์​ เนื้​อม​้า และเนื้อคนที่นั่งบนม้า และเนื้อประชาชนทั้งไทยและทาส ทั้งผู้น้อยและผู้​ใหญ่​”

wǒ kàn jiàn nà shòu hé dì shàng de jūn wáng , bìng tā men de zhòng jūn dōu jù jí , yào yǔ qí bái mǎ de bìng tā de jūn bīng zhēng zhàn 。

และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายนั้น และบรรดากษั​ตริ​ย์บนแผ่นดินโลก ​พร​้อมทั้งพลรบของกษั​ตริ​ย์​เหล่านั้น​ มาประชุมกันจะทำสงครามกับพระองค์​ผู้​ทรงม้า และกับพลโยธาของพระองค์

nà shòu bèi qín ná ; nà zài shòu miàn qián céng xíng qí shì 、 mí huò shòu shòu yìn jì hé bài shòu xiàng zhī rén de jiǎ xiān zhī , yě yǔ shòu tóng bèi qín ná 。 tā men liǎng gè jiù huó huó dì bèi rēng zài shāo zhe liú huáng de huǒ hú lǐ ;

​สัตว์​ร้ายนั้นถูกจับพร้อมด้วยผู้​พยากรณ์​​เท็จ​ ​ที่​​ได้​กระทำการอัศจรรย์ต่อหน้าสัตว์ร้ายนั้น และใช้การอัศจรรย์นั้นล่อลวงคนทั้งหลายที่​ได้​รับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายนั้น และบูชารูปของมัน ​สัตว์​ร้ายและผู้​พยากรณ์​​เท​็จถูกทิ้งทั้งเป็นลงในบึงไฟที่​ไหม้​ด้วยกำมะถัน

qí yú de bèi qí bái mǎ zhě kǒu zhōng chū lái de jiàn shā le ; fēi niǎo dōu chī bǎo le tā men de ròu 。

และคนที่​เหลืออยู่​​นั้น​ ​ก็​​ถู​กฆ่าด้วยพระแสงที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์​ผู้​ทรงม้านั้นเสีย และนกทั้งปวงก็กินเนื้อของคนเหล่านั้นจนอิ่ม

ทดสอบตัวเองในบทนี้

แบบทดสอบสั้น 10 คำ